หากให้นับงานคาร์โชว์ในบ้านเราทุกวันนี้ บอกเลยว่าแทบจะนับนิ้วไม่ถ้วน เพราะมีหลากหลายแยกย่อย เล็กใหญ่ เต็มทั่วไปหมด
แต่ที่ถือเป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียว และยากจะเลียนแบบได้ ต้องยกให้งาน “ฟาสต์ ออโต้ โชว์” ที่ปีนี้จัดเป็นปีที่ 11 พร้อมขยายพื้นที่รองรับยานยนต์ไฟฟ้า ที่กำลังได้รับการตอบรับจากนักเลงรถเมืองไทยเป็นอย่างดี
กลายมาเป็นชื่องานที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเป็น “ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ แอนด์ อีวี เอ็กซ์โป 2023” มาดูกันว่างานนี้มีไฮไลต์อะไรบ้าง จากเจ้าของวลีเด็ด “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน

ปีนี้งานจัดใหญ่ขึ้น
เดิมใช้พื้นที่อยู่ที่ 15,000 ตร.ม. ปีนี้เพิ่มเป็น 20,000 ตร.ม. เพื่อรองรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ที่เพิ่มขึ้นมา และยังรวมถึงการนำเสนอนวัตกรรม เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ให้ผู้ที่เข้าชมงานได้รับความรู้ ความเข้าใจ ประโยชน์ ข้อดี และข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงยังมีพื้นที่ให้ผู้สนใจ ทดลองใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในร่มที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่าเป็นงานโชว์เคสให้กับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ในการนำเสนอให้กับผู้ที่สนใจ และต้องการข้อมูลรอบด้าน
ส่วนพื้นที่รถใหม่ป้ายแดง รถยนต์ใช้แล้ว กิจกรรมอีสปอร์ต กิจกรรมเซ็กซี่ คาร์วอช รวมถึงบูธจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ ยังคง เท่าเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนใหม่เหมาะสม
รถใหม่ป้ายแดงมีกี่ค่าย
งานปีนี้มีค่ายรถยนต์เข้าร่วมหลากหลาย โดยมีรายใหม่มาจากยุโรป ค่ายวอลโว่ ขณะที่ โตโยต้า อีซูซุ ฮอนด้า มิตซูบิชิ มาสด้า เอ็มจี และซูบารุ เตรียมนำรถตัวขาย ที่มาพร้อมแคมเปญโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้ชมงานเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังมีรถรุ่นใหม่ ที่เปิดตัวก่อนงาน และพร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสครั้งแรกภายในงานอีกด้วย

ไฮไลต์รถยนต์ใช้แล้ว
แน่นอนว่าไฮไลต์ของรถยนต์ใช้แล้ว ภายในงานนี้ยังคงเป็นเงื่อนไข 5 ข้อ ที่ต้องไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และสามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย หากลูกค้าพบภายหลังว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว ผู้จัดงานรับซื้อคืน 100% โดยเป็น 100% ในทุกค่าใช้งานที่ลูกค้าจ่ายไปแล้ว ไม่ใช่เฉพาะราคารถเพียงอย่างเดียว
แต่ทั้งนี้ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยต้องซื้อคืนเลยสักคันเดียว เนื่องจากทีมงานมีความเข้มงวดในการตรวจสอบสภาพรถ ขณะที่พันธมิตรผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น โย รัชดา, คาร์ ฮีโร่, ดีดีเอส คาร์เซ็นเตอร์ และอีกหลายราย ต่างคัดเลือกรถที่มีคุณภาพ ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์
เรียกว่ามีให้เลือกในทุกระดับราคา และสวยแบบที่วงการรถยนต์ใช้แล้ว ชอบพูดกันว่าสภาพนางฟ้า มาจำหน่ายภายในงานนี้โดยเฉพาะ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ชื้อ
โปรโมชั่นของงาน
ในปีนี้ตลอดเวลาจัดงาน ระหว่างวันที่ 5-9 ก.ค. ที่ฮอลล์ EH101-104 ศูนย์นิทรรศการไบเทค บางนา ทั้งผู้เข้าชมงาน และลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ภายในงาน มีโอกาสลุ้นรางวัลกันได้ทุกวัน โดยผู้เข้าชมงาน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ลุ้นบัตรกำนัลสตาร์บัคส์มูลค่า 1,000 บาท 5 รางวัลต่อวัน
ส่วนผู้ที่จองรถยนต์ภายในงานครบทุก 100,000 บาท ได้รับ 1 สิทธิ์ เพื่อลุ้นรางวัลประจำวัน ยางรถยนต์บริดจสโตน รวมถึงรางวัลอื่นๆ
และในวันสุดท้ายของงาน ยังมีโอกาสได้ลุ้นรางวัลทองคำมูลค่า 100,000 บาทอีกด้วย