วันพุธที่ 5 ก.ค.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 92 ปี ชาตกาล “หลวงปู่บุญหนา ธัมมทินโน” พระวิปัสสนาจารย์ชื่อดังที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ถือเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นรุ่นสุดท้าย
อยู่ที่วัดป่าโสตถิผล บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
เป็นหลานแท้ๆ ของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร ต.พรรณา อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
เกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2474 เป็นชาวจังหวัดสกลนครโดยกำเนิด
บรรพชาเมื่ออายุ 12 ปี ที่วัดแจ้ง บ้าน หนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิด
ทำหน้าที่ของศิษย์ด้วยการปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้ครูบาอาจารย์นานถึง 12 ปี ตั้งแต่ยัง เป็นสามเณร ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ฝั้น ซึ่งเป็นหลวงอาแท้ๆ ที่นำมาอยู่ด้วย และได้มีโอกาสรับใช้พระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ อีกหนึ่ง พระป่ากัมมัฏฐานผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ช่วงที่อยู่กับพระอาจารย์อ่อน เคยไปกราบนมัสการหลวงปู่มั่น ที่วัดป่าบ้านหนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) บ้านหนองผือ ต.นาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นประจำ
สาเหตุที่ได้ปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้พระอาจารย์อ่อน ด้วยพระอาจารย์อ่อนเดินธุดงค์ มาพำนักหาความสงบอยู่ที่บริเวณป่าช้าบ้าน หนองโดก (ปัจจุบันคือวัดป่าโสตถิผล หรือ วัดป่าบ้านหนองโดก) ตอนนั้น เป็นสามเณรฝ่ายมหานิกาย พักอยู่วัดแจ้ง บ้านหนองโดก ไม่ไกลจากป่าช้าที่พระอาจารย์อ่อนพักอยู่
อายุ 22 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่สิมน้ำชั่วคราว ที่หนองน้ำบ้านหนองโดก มีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
หลวงปู่บุญหนาเคยบอกเล่าว่า ตอนที่ไปกราบนมัสการพระอาจารย์มั่น ที่วัดป่าบ้าน หนองผือ (วัดป่าภูริทัตตถิราวาส) ครั้งแรกไปกับพระอาจารย์อ่อนพร้อมกับสามเณรอีกรูปและญาติโยม 4-5 คน เดินมุ่งหน้าสู่เทือกเขา ภูพานที่อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านหนองโดก ก่อนเดินทางถึงวัดป่าบ้านหนองผือ เวลาประมาณบ่าย 3 โมง พอเข้าไปภายในบริเวณวัด รู้สึกว่าภายในวัดร่มรื่นสงบเงียบ เห็นพระเณรกำลังทำกิจวัตรกวาดลานวัดด้วยไม้ตาด
ส่วนพระอาจารย์อ่อนพร้อมคณะ เข้าไปกราบนมัสการพระอาจารย์มั่นบนกุฏิ เสร็จแล้วก็กลับที่พัก ตักน้ำใช้น้ำฉันจากบ่อน้ำ
เสร็จจากนั้นเตรียมรอสรงน้ำพระอาจารย์มั่น บริเวณหน้ากุฏิ ซึ่งมีพระเตรียมน้ำสรงไว้โดยใช้น้ำร้อนผสมพอให้อุ่น เมื่อพระอาจารย์มั่น เข้ามานั่งบนตั่งแล้ว คราวนี้พระเณรทั้งหลายห้อมล้อม เพื่อเข้าไปถูหลังขัดไคลถวายอย่างเปี่ยมล้นด้วยศรัทธา ส่วนตัวมีโอกาสเข้าไปร่วมสรงน้ำท่านพระอาจารย์มั่นในครั้งนี้ด้วย
เมื่อพระอาจารย์มั่นเห็นจึงพูดสำเนียงอีสานขึ้นว่า “เณรมาแต่ไส…” แต่สามเณร บุญหนาไม่ทันตอบ มีพระอาจารย์ทองคำตอบแทนว่า “เณรมากับครูบาอ่อน ข้าน้อย” จากนั้นท่านไม่ได้ว่าอะไรต่อไป จนเสร็จจากการสรงน้ำท่านในวันนั้น
นอกจากนี้ ยังได้ปฏิบัติอุปัฏฐากรับใช้ครูบาอาจารย์อื่นๆ อีก เช่น พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม, พระอาจารย์ตื้อ อจลธัมโม, พระอาจารย์ลี ธัมมธโร, หลวงปู่แหวน สุจิณโณ, หลวงปู่สิม พุทธาจาโร และ หลวงปู่จาม มหาปุญโญ เป็นต้น
พำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าโสตถิผล บ้านหนองโดก ต.ช้างมิ่ง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตราบจนวาระสุดท้าย
มักให้สติแก่ญาติโยมผู้เดินทางมากราบนมัสการว่า “ให้เป็นผู้มีสติ ระลึกรู้ในกาย สติระลึกรู้ในวาจาคำพูด สติระลึกรู้ในใจ เมื่อสติรู้ซักซ้อมอยู่ภายในกาย วาจา และใจแล้ว ทำ พูด คิด ถูกและผิด ก็ระลึกรู้อยู่ ปรับปรุงอยู่อย่างนี้เสมอ”
ละสังขารอย่างสงบ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2559 เวลา 14.52 น.
สิริอายุ 84 ปี พรรษา 64