แต้มโหวต‘ปธ.สภา-รอง’ถึงนายก
นับถอยหลังกันแล้วสำหรับการโหวตนายกฯ ในวันที่ 13 ก.ค.
มีคำถามว่าคะแนนเลือกประธานและรองประธานสภาที่ผ่านมา สะท้อนถึงการโหวตนายกฯ ด้วยหรือไม่ อย่างไร
นายสติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า คะแนนโหวตให้ นายวิทยา แก้วภราดัย ชิงรองประธานสภาคนที่ 1 นั้นรัฐบาลเดิมไม่เป็นเอกภาพอยู่แล้ว การเสนอชื่อนายวิทยาก็เพิ่งคิดเพราะแสดงวิสัยทัศน์สด แต่พอโหวตนายกฯ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่าเขาอาจพูดคุยกันก็ได้
แต่ผลคะแนนของรองประธานสภาคนที่ 1 ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการโหวตนายกฯ อย่างน้อยๆ คะแนนของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา แสดงให้เห็นว่า 8 พรรคร่วมน่าจะยังเหนียวแน่น เอ็มโอยูยังเป็นเอ็มโอยู
และ 1. เป็นนิมิตหมายที่ดีที่น่าจะมี ส.ส.ที่อาจพอคุยได้จาก พรรคอื่น เพียงแต่การคุยสิ่งที่จะเจอคือเงื่อนไขขอร่วมรัฐบาล จะยกมือให้เฉยๆโอกาสยังน้อยอยู่
2. ถ้าพูดในมุมก้าวไกล อย่างน้อย ส.ว.ที่แสดงออกว่าไม่เอา ก้าวไกลก็ยังเป็นคนหน้าเดิมๆ ยังหวังได้จากคนที่ยังเงียบอยู่
แปลว่าถ้าก้าวไกลประคับประคองเอกภาพของ 8 พรรคไปได้จนถึงวันโหวตนายกฯ ก็อาจพอโน้มน้าวให้ ส.ว.รู้สึกว่าโอเค เพราะการตั้งรัฐบาล 8 พรรคเป็นความหวังของประชาชนส่วนใหญ่จริงๆ
ในทางกลับกันช่วงแรกมีคนเปิดตัวจะโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แล้วก็เงียบไป ดังนั้นทั้งหนุนและค้านยังไม่ชัดเจน อะไรก็เกิดขึ้นได้อย่าเพิ่งหมดหวัง
แต่การโหวต 4 ก.ค. เห็นตัวแปรใหม่ 77 ส.ส.ที่งดออกเสียง หักประธานชั่วคราว 1 เสียงเหลือ 76 ถ้าก้าวไกลเสนอนายพิธา แล้วได้ 312 เสียง ไม่ได้ส.ว.เลย นายพิธาก็ไม่ได้เป็นนายกฯ อีกขั้ว ถ้าเสนอแข่งแต่ 76 คนงดออกเสียง แม้ได้ ส.ว. 250 เสียงก็ไม่ได้เป็นเหมือนกัน
ต้องไปตีความว่า 76 คนคิดอย่างไร โอเคกับการร่วมรัฐบาล 8 พรรคที่ไม่มีก้าวไกลหรือไม่ หรือมีก้าวไกลแต่แคนดิเดตไม่ใช่นายพิธา สมมติโหวตรอบแรกไม่สำเร็จ โหวตรอบสอง 8 พรรคเสนอแคนดิเดตจากเพื่อไทย 76 เสียงนี้จะโหวตหนุนก็ได้
นายโคทม อารียา ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล กล่าวว่า พรรคที่ลงคะแนนสนับสนุนนายวิทยาชิงรองประธานสภาคนที่ 1 เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ยกเว้นพรรคภูมิใจไทย
แต่จะบอกว่าขั้วเดิมไม่มีเอกภาพเป็นการตีความที่เร็วเกินไป ต้องถามกลับว่าเขาจะเป็นเอกภาพไปเพื่ออะไรเพราะเสียง ข้างน้อยก็เป็นฝ่ายค้าน ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลต้องมีเอกภาพเพื่องาน จะได้ไม่สะดุด

ส่วนพรรคภูมิใจไทยจะเป็นตัวแปรการเลือกนายกฯ หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละบุคคล รวมถึงส.ว. เพราะนอกจากคนที่ออกมาเคลื่อนไหวแรงๆ คนอื่นๆ ก็ยังเงียบอยู่
ผลโหวตที่ออกมานั้น 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลน่าจะวางใจได้ว่าจะร่วมกันตั้งรัฐบาล ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญคือก้าวแรก 8 พรรค ต้องร่วมกันสนับสนุนนายพิธาตามมติร่วมของ 8 พรรค แต่ถ้าติดขัดจริงๆ ได้เสียงส.ส. และส.ว.ไม่เพียงพออาจมีการลงคะแนน รอบอื่นๆ ต่อไป ก็ยังมีทางเลือกคือเอาผู้เป็นแคนดิเดตนายกฯ จาก พรรคเพื่อไทย
อยากฝากว่า ส.ส. ส.ว.ที่ไม่ได้อยู่ใน 8 พรรค เมื่อเราเห็นว่ามีทางที่จะเดินไปข้างหน้าแบบนี้คือนายพิธา หรือคนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯจากพรรคเพื่อไทย ก็อยากให้เปรียบเทียบว่าใครจะเป็นผู้นำที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองได้มากกว่ากันระหว่างตัวเลือกที่มีอยู่ตอนนี้ อย่าไปนึกถึงตัวเลือกอื่นซึ่งเป็นไปไม่ได้
นายสุเชาวน์ มีหนองหว้า อดีตคณบดีคณะมนุษยศาสตร์ฯ มรภ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ผลโหวตที่คะแนน 8 พรรคร่วมมีความเป็นเอกภาพนั้น เป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะนำไปสู่การโหวตเลือกนายกฯ ครั้งต่อไป
เชื่อว่า 8 พรรคร่วมรัฐบาลยังคงยึดเอ็มโอยู สนับสนุนให้นายพิธาเป็นนายกฯ ส่วนจะผ่านหรือไม่ผ่านต้องโหวตซ้ำอีกกี่ครั้ง อย่างน้อยประชาชนจะได้สบายใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีข้อขัดแย้งกัน
และแม้ประธานสภาจะไม่ใช่คนจากพรรคก้าวไกล แต่ด้วยประสบการณ์ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา การแสดงวิสัยทัศน์จะวางตัวเป็นกลาง การลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาชาติ เส้นทางการโหวตนายกฯ ก็น่าจะเป็นไปตามกติกา
ในส่วนการโหวตหนุนนายวิทยา ที่คะแนนของขั้วเดิมไม่เป็นเอกภาพนั้น อาจส่งผลให้มี ส.ส.บางคนฉีกมาโหวตสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยได้ แต่ ส.ส.ก็ยังเป็นเพียงตัวแปรย่อย ตัวแปรหลักยังคงเป็น ส.ว. การได้นายวันมูหะมัดนอร์มาเป็นประธานสภาเชื่อว่าอาจช่วยคลี่คลายให้ทาง ส.ว.ได้พอสมควร
แต่การโหวตเลือกนายกฯ ยังมีองค์ประกอบหรือเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล พรรคนี้ก็ต้องทำการบ้านให้หนัก