อํานาจและหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 กำหนดให้เป็น ผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีอำนาจในการร่วมประชุมรัฐสภา การพิจารณากฎหมายต่างๆ ตลอดจนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
นอกจากมีหน้าที่และอำนาจตามบทบัญญัติหลักแล้ว ยังได้เพิ่มบทเฉพาะกาลในระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วยการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดปฏิรูประเทศ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เพื่อดำเนินการตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรยับยั้งไว้
รวมถึงการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเมื่อปี 2562 วุฒิสภาชุดนี้เห็นชอบให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึง 249 คนจาก 250 คน
เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลังพรรคแกนนำรวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร โดยรวบรวมเสียงได้ 254 เสียงจาก 500 เสียง
หลังวันที่ 14 พฤษภาคม พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นลำดับที่ 1 สามารถรวบรวมเสียงจากพรรคการเมืองอื่นๆ รวม 8 พรรคได้จำนวน 312 เสียง และเตรียมจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน โดยสนับสนุนพรรคแกนนำเป็นนายกรัฐมนตรี
เนื่องจากการลงมติแต่งตั้งดังกล่าวจะต้องใช้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งสมาชิกรัฐสภา คือ 376 เสียงจาก 750 เสียงจึงจะถือว่ารัฐสภาเห็นชอบ ผู้ได้รับเสนอชื่อจึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ปรากฏว่าเสียงที่ขาดหายไปนั้น จะต้องอาศัยเสียงจากสมาชิกวุฒิสภาด้วยอย่างน้อย 64 เสียง ถ้าหากเทียบเคียงกับการโหวตตามเสียงข้างมากเช่นในปี 2562 ก็จะไม่เป็นปัญหากับเสียงขาดหายไป
เพราะสมาชิกวุฒิสภาก็ลงมติตามเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งถือว่าเป็นฉันทานุมัติของประชาชน
แต่เนื่องจากที่มาของวุฒิสภาชุดนี้ไม่ยึดโยงกับประชาชน ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แม้จะมีบางส่วนที่มาจากการสรรหา แต่สุดท้ายก็คณะรัฐประหารเป็นผู้เลือกและตัดสิน
การร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีที่แคนดิเดตจากพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง อีกทั้งพรรคการเมืองพรรคนี้ มีนโยบายที่สวนทางกับจารีตและฝ่ายอนุรักษนิยม การดำเนินการจึงเต็มไปด้วยอุปสรรค
เริ่มจากการตั้งเงื่อนไขต่างๆ นานา ที่มาจากความหวาดกลัวและระแวงต่อความเปลี่ยนแปลงที่ตรึกนึกไปเอง สมาชิกวุฒิสภาจึงมีท่าออกมาสกัดกั้น แม้บางส่วนจะสงบเงียบนิ่งเฉย แต่ก็เชื่อว่าคนเหล่านี้มีแนวคิดคล้ายกัน
การขัดขวางเจตนารมณ์ของประชาชนด้วยการไม่ให้ความเห็นชอบ แถมถึงขั้นจะให้พลิกขั้วไล่ต้อนให้ไปเป็นฝ่ายค้านเลยนั้น สมาชิกวุฒิสภาในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทยด้วย จะต้องตระหนักให้ถ่องแท้