ผลไม้ (ทั้งสด แช่เย็น แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป) เป็น กลุ่มสินค้าอาหารที่ไทยส่งออกมากเป็นอันดับ 1 (35% ของมูลค่าการส่งออกอาหารไทยไปตลาดโลก) แม้ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 มูลค่าการส่งออกผลไม้ของไทยไปตลาดโลกยังรักษาการเติบโตได้ดีราว 11.9%YoY1 จากการอยู่ในช่วงฤดูกาลส่งมอบผลไม้ที่สำคัญของปี ประกอบกับการกลับมาขยายตัวของการส่งออกผลไม้สดจากฐานที่ต่ำในปีก่อน โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากตลาดจีนที่กลับมาเพิ่มขึ้นหลังจากกลับมาเปิดประเทศ

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถเพิ่มการส่งออกผลไม้ไปยังตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น จากการเจรจาการค้าและทำการตลาดใน เชิงรุกของภาครัฐ อาทิ เกาหลีใต้ (ทุเรียน) สหรัฐ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ส้มโอ) อินเดียและอินโดนีเซีย (ลำไย) เป็นต้น

อย่างไรก็ดี มองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2566 ยังมีหลายปัจจัยท้าทายที่กระทบต่อการส่งออกผลไม้ของไทย ซึ่งไม่เพียงแต่ผลจากฤดูกาลส่งมอบได้ผ่านพ้นไปแล้ว ยังมาจากเศรษฐกิจคู่ค้า รายสำคัญอย่างจีนและสหรัฐ ที่อาจชะลอลงและยังอยู่บนความไม่แน่นอน ซึ่งอาจกดดันต่อการบริโภคและยอดคำสั่งซื้อ

ประกอบกับผลจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งไม่เพียงแต่จะกระทบต่อคุณภาพและปริมาณของผลผลิตผลไม้ที่ออกสู่ตลาดในช่วงที่เหลือของปี อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย ลองกอง สับปะรด เป็นต้น ยังอาจกระทบต่อราคาของผลไม้เพื่อใช้แปรรูปส่งออกที่ปรับสูงขึ้น

จากปัจจัยข้างต้น อาจกดดันต่อมูลค่าการส่งออกผลไม้ของไทยในช่วงที่เหลือของปี 2566 ให้เติบโตชะลอ เมื่อเทียบกับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2566 และส่งผลให้ทั้งปี 2566 มูลค่าการ ส่งออกผลไม้ของไทยอาจอยู่ที่ 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวราว 2.3%YoY โดยกลุ่มสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโต ได้แก่ กลุ่มผลไม้สด แช่เย็นและแช่แข็ง จากการส่งออกไปยังตลาดจีนที่กลับมาขยายตัวดี

ส่วนกลุ่มสินค้าที่แนวโน้มหดตัว ได้แก่ กลุ่มผลไม้กระป๋องและแปรรูป จากคำสั่งซื้อจากตลาดคู่ค้าสำคัญอย่างสหรัฐ และสหภาพยุโรปที่ถูกปรับลดลง

การส่งออกผลไม้ของไทยในระยะข้างหน้า น่าจะเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้น จากสัญญาณต้นทุนการผลิตในหลายส่วนที่อาจจะปรับขึ้นไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่แปรปรวน และแนวโน้มการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ

เป็นเรื่องที่จะกระทบขีดความสามารถด้านการแข่งขันของธุรกิจ

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน