เอกชนหวั่นปม “พิธา” ถือหุ้นสื่อไอทีวี ปลุกคนลงถนน การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน-ท่องเที่ยว วอนหวังมีรัฐบาลตามไทม์ไลน์
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ยอมรับกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีถือหุ้นสื่อไอทีวี และมีคำขอให้ศาลพิจารณาสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราว ทำให้การจัดตั้งรัฐบาลจะล่าช้าออกไปอีก อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนที่จะเข้ามาใหม่
“เพราะนักลงทุนต้องการเห็นหน้าตารัฐบาล คณะรัฐมนตรีใหม่และนายกรัฐมนนตรีใหม่ รวมทั้งรับทราบนโยบายการบริหารประเทศ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุน หากยังไม่มีรัฐบาล เชื่อว่าการลงทุนก็จะยังไม่เดินหน้า”
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนอยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ ไม่ว่าจะพรรคไหน เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพราะเอกชนสามารถทำงานร่วมกับพรรคใดก็ได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เพราะมีเรื่องเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจที่รอรัฐบาลใหม่มาขับเคลื่อน โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประมาณ
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า กังวลว่านายพิธาจะรอดจากข้อกล่าวหายาก เพราะทำการเมืองไม่ระมัดระวัง ซึ่งต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และนายพิธาเจอกรณีนี้ก่อนวันโหวตนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้ ส.ว. เอามาเป็นเหตุผลไม่โหวตให้ ที่เป็นห่วงคือ หากเกิดการชุมนุมแล้วมีความวุ่นวายจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการแอตต้า กล่าวว่า เรื่องนี้อาจทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป จึงเกิดความกังวลไปถึงความวุ่นวาย ซึ่งอาจทำให้เกิดการลงถนนชุมนุมประท้วงขึ้นมา และแน่นอนว่าส่งผลกระทบในเชิงจิตวิทยาของทั้งธุรกิจ/นักลงทุน และประชาชน รวมถึงส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งการที่ทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับนายพิธาเพียงคนเดียวก็คงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องมากนัก ดังนั้นพรรคก้าวไกลและพรรคร่วมรัฐบาลต้องหาวิธีแก้ไขเพื่อเดินข้ามปัญหาไปให้ได้
นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า เอกชนต้องการให้จัดตั้งรัฐบาลให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้มีความรุนแรง เพราะจัดตั้งรัฐบาลช้าเท่าใดผลเสียน่าจะตกอยู่ที่ภาคธุรกิจ และหากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการชุมนุมตามมาจะยิ่งไม่ดีต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว