ไม่ได้เป็นเรื่องเกินความคาดหมายไปสักเท่าใดนัก สำหรับผลการโหวตนายกฯ ที่มี ส.ว.เพียง 13 เสียงที่โหวตให้พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
เพราะหากไล่ดูไทม์ไลน์ การขยับเขยื้อนขององคาพยพต่างๆ ที่ดูเข้มข้นเป็นอย่างมากในช่วงก่อนการโหวต 13 ก.ค.
ไม่ว่าจะเป็นการชี้มูลความผิดเรื่องคุณสมบัติของนายพิธา เรื่องหุ้นไอทีวี ส่งด่วนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ยังมีกรณีไปยื่นคำร้องเรื่องแก้ไขมาตรา 112 เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ซึ่งขั้นตอนล่าสุดไปถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้วเช่นกัน
ทะแม่งๆ ตั้งแต่ต้น จนมาถึงวันโหวต เสียงที่ดีลไว้หายอื้อ ที่สัญญาว่าจะโหวตก็แทงสวน หรืองดออกเสียง หนักสุดก็หายตัวไปดื้อๆ
ตอกย้ำจากข้อมูลของชัยธวัช ตุลาธน ที่บอกว่าเกิดปรากฏการณ์ ‘คืนหมาหอน’ ขึ้นกับ ส.ว.
มีทั้งการโทรศัพท์หารายตัวกดดัน ถึงขั้นสั่งให้ป่วย ให้ไม่ต้องมาลงคะแนน
โดยเป็นฝีมือของกลุ่มอำนาจเก่า!!
ซึ่งกลุ่มอำนาจเก่าเหล่านี้เป็นใคร ก็สุดจะชี้ชัด แต่หากฟังคำอภิปราย ทั้งจาก ส.ส.อย่างชาดา ไทยเศรษฐ์ หรือบรรดา ส.ว.ที่ดาหน้าพูดในสภา
ก็คงพอเดาออกได้ว่าใครกันที่อยู่ เบื้องหลัง!!!
ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวก็ก่อให้เกิดเสียงสะท้อนมากมายที่เกิดขึ้นจากประชาชน
ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามว่าจะให้ไปเลือกตั้งมาทำไม หากต้องมาให้ ส.ว.เห็นชอบ และถามว่าทำไม 250 ส.ว.ถึงมีอำนาจมากกว่าประชาชน
รวมทั้งการแสดงออกผ่านโลก โซเชี่ยลที่ประเดิมเรื่อง #ธุรกิจสว และมีแนวโน้มจะไปถึงธุรกิจขององคาพยพต่างๆ ที่ร่วมด้วยช่วยกัน
ที่พอเข้าใจได้ว่าเมื่อความหวังที่มีถูกบดขยี้ลงไป มันก็กลายเป็นการแสดงออกซึ่งความแค้น
ไหนๆ เมื่อไม่รอดแล้ว ก็ขอมอดไหม้ไปด้วยกัน
ซึ่งจริงๆ แล้ว ด้วยต้นทุนที่มาก กว่าคนอื่น บรรดา ส.ว.ก็คงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ และไหนๆ ก็อ้างตัวว่ามีที่มาจากประชาชนเหมือนกัน
แค่แสดงออกเล็กๆ น้อยๆ ก็คงไม่เป็นไร รับฟังกันได้
และต้องย้ำว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น ยังมีราคาที่ต้องจ่ายอีกมากมายมหาศาล
รอดูกันไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน!!!
รุก กลางกระดาน