ผมทำงานกับพี่น้องเครือข่ายรักษ์ธรรมชาติมาตลอด และได้รับ ผลกระทบจากการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลเผด็จการ เราหวังว่ารัฐบาลใหม่จะตอบสนองถึงความเดือดร้อนของประชาชนได้ดีกว่ารัฐบาลชุดก่อน ซึ่ง 8 พรรคที่รวมตัวจัดตั้งรัฐบาล ผมมองว่าเป็นพรรคที่รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านค่อนข้างดีกว่ารัฐบาลชุดก่อน จึงอยากให้เอาปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้ง

ถึงวันนี้ผมก็ยังมองว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล มีสิทธิได้รับการเลือกเป็นนายกฯ เพราะนี่คือระบอบครรลองของประชาธิปไตย และเป็นความคาดหวังของประชาชนส่วนใหญ่

คนที่เป็นผู้นำประเทศ ต้องพาคนทั้งประเทศไปด้วยกัน ไม่ควรพัฒนาเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเน้นเฉพาะนายทุน มองเห็น การพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งน่าจะเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่นายกฯ คนใหม่ ควรมองในประเด็นความเหลื่อมล้ำที่มันห่างกันมากระหว่างชาวบ้านกับคนที่ร่ำรวย มีการกระจายรายได้ ส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านมากขึ้น

กระทรวงหลัก ที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน มองว่าเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะมักมี โครงการใหญ่ๆ ที่กระทบความเป็นอยู่ของชาวบ้าน

การเลือกตั้งคือความหวัง แต่การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า ทำให้ชาวบ้านท้อแท้ หมดกำลังใจ

ดังนั้น เจ้ากระทรวงทั้ง 4 กระทรวง ควรมีคุณสมบัติที่รับฟังความคิดเห็นของประชาชน หากมีโครงการต่างๆ ต้องเปิดเวทีรับฟัง ไม่ใช่คิดโครงการที่กระทรวง และโยนลงมาที่ชาวบ้าน และทำโครงการเลย อยากให้กระทรวงเริ่มต้นที่ชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม ให้ครอบคลุมด้วย

8 ปีที่ผ่านมา ความเดือดร้อนของชาวบ้านมันเต็มแล้ว ถึงจุด ที่ต้องแก้ปัญหาให้ประชาชน การเลือกตั้งคือความหวัง แต่การจัดตั้ง รัฐบาลล่าช้าทำให้ชาวบ้านท้อแท้ หมดกำลังใจ เหมือนปลาที่มันแล้ง มานาน พอฝนตกมันก็ดีใจ แต่จู่ๆ ฝนก็หายไปกะทันหัน

ตอนนี้ชาวบ้านพูดกันว่าเลือกตั้งไปแล้ว ชีวิตก็เหมือนเดิม เพราะเราไม่มั่นใจว่าจะได้รัฐบาลใหม่หรือไม่ กลัวมีเหตุการณ์สะดุดทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาเราได้รับผลกระทบจากอำนาจรัฐ ชุดเก่า จึงอยากให้วันนี้มีการพัฒนา แก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้ชาวบ้าน และคำนึงถึงประชาชนเป็นอันดับแรก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน