คุณสมบัติของนายกฯ เริ่มจากความซื่อสัตย์เป็นอันดับแรก เพราะถ้ามีนายกฯ ที่ซื่อสัตย์แล้ว ผู้ที่จะเข้ามาร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หรือทีมงานจะมีภูมิคุ้มกันและร่วมกันพิสูจน์ความซื่อสัตย์ตามไปด้วย

อันดับ 2 ต้องคำนึงถึงปากท้องของประชาชน ประเทศไทยมีคนจนมากกว่าคนชั้นกลาง ดังนั้นนายกฯ ต้องหาผู้ที่มีความรู้หรือทีมงาน ที่เข้ามาบริหารจัดการในการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ขณะเดียวกันต้องดูเสถียรภาพเศรษฐกิจ ในภาพรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศควบคู่ไปด้วย

อันดับ 3 ต้องวางตัวเป็นกลางทุกเรื่อง ไม่เข้าไปแทรกแซง ไม่ว่าจะทำงานเรื่องอะไรก็ตาม ตลอดจนเรื่องต่างประเทศ ถ้ามองแคบอาจทำให้ประเทศเสียประโยชน์ และจะกระทบมาถึงประชาชนด้วย

ส่วนบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดต นายกฯ พรรคภูมิใจไทย เพราะถือว่ามีความช้ำน้อยที่สุด หากมองในแง่ส่วนตัว นายอนุทิน ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปทำภารกิจ “ปฏิบัติการหัวใจติดปีก” มาอย่างต่อเนื่องก่อนรับตำแหน่งทางการเมือง เพื่อไปรับอวัยวะจากผู้เสียชีวิต และนำไปเปลี่ยนถ่ายอวัยวะให้กับผู้เจ็บป่วยที่มีอวัยวะไม่สมบูรณ์

แตกต่างจากแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ที่เคยเก็บค่าผ่านทาง จากบริเวณซอยสุขุมวิท 77 เพื่อออกสู่ถนนปรีดีพนมยงค์ 2 เขตวัฒนาบนพื้นที่โครงการ T77 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่อายุยังน้อย ไม่เคยผ่านงานหรือการประสานงาน

อยากให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จรวดเร็ว ถ้าล่าช้าจะส่งผลเสียต่อการบริหารประเทศ

ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล จะเห็นได้ว่ากลุ่มคนอายุ 18-45 ปี ให้การสนับสนุนลงคะแนนให้ถึง 1.4 ล้านเสียง จนเป็นที่ยอมรับ แต่ประเทศไทยมี 60 ล้านคน คะแนน 1.4 ล้านเสียงที่ได้มา เทียบเป็นเพียง 25% เท่านั้น

ประเทศไทยมีกลุ่มคนทุกอายุ ต้องคุยกับทุกคนทั้งประเทศ ไม่ควรแบ่งแยกว่าจะดูแลเฉพาะคนหรือจังหวัดที่ให้การสนับสนุนลงคะแนนให้ทั้งจังหวัด เพราะจะย้อนกลับไปเหมือนยุคพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูแลแต่จังหวัดที่ให้การสนับสนุน

อยากให้รัฐบาลใหม่ทำโครงการที่ดีที่เป็นประโยชน์ของรัฐบาลเก่าให้ต่อเนื่อง อย่าไปคิดว่าโครงการนี้เป็นของรัฐบาลเก่า ไม่ทำต่อ รวมทั้งทำตามที่ประกาศนโยบายตอนหาเสียงกับประชาชนให้ได้ด้วย

ที่สำคัญคืออยากให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จรวดเร็ว ถ้าล่าช้าจะส่งผลเสียต่อการบริหารประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน