ใครจะคิดว่าพืชดอกเม็ดเล็กๆ สีเขียวคล้ายตะไคร่น้ำที่เรียกว่า “ผำ” หรือ คาเวียร์เขียว เกิดตามแหล่งน้ำสะอาด นอกจากจะนำมาเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนและสารอาหารอีกหลากหลายชนิดแล้ว ยังเต็มไปด้วยสารต้าน อนุมูลอิสระ ที่รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมผลักดัน คาเวียร์เขียวเมืองไทยให้เป็น “ซูเปอร์ฟู้ดของโลก” มุ่งเป้าเพื่อกลุ่มคนรักสุขภาพ

ขณะที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. เดินหน้าพัฒนางานวิจัย ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต ปฏิรูปภาคการเกษตรด้วยพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่

ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก “ไข่ผำ” หรือ “Wolffia” ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพทั่วโลก โดยผลักดันเป็นอาหารแห่งอนาคต (Future Food) เพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ให้แก่ภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

สวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน “ไร่แสงสกุลรุ่ง” ในความดูแลของเกษตรกรรุ่นใหม่ดีกรีปริญญาตรี (เกียรตินิยม) ด้านโลจิสติกส์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ “กมลวรรณ รุ่งประเสริฐกุล” ใน ต.กลอนโด อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ได้ชื่อเป็นแหล่งผลิตผำระบบปิดที่ครบวงจรที่สุด

รวมทั้งมีการแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิต ภัณฑ์ต่างๆ หลากหลาย ภายใต้แบรนด์ “ทีมผำ (TEAMPHUM)” ซึ่งมีทั้งขนมจีนน้ำยาผำ ข้าวเกรียบผำ กาแฟผำ เบเกอรี่ผำ ผงผำชงพร้อมดื่มและอีกมากมาย โดยมุ่งเป้าคนรักสุขภาพ กลุ่มวัยรุ่นและผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องการเสริมโปรตีน

กว่า 20 ปีที่ “ไร่แสงสกุลรุ่ง” ก่อกำเนิดขึ้นมาเมื่อปี 2542 บนเนื้อที่กว่า 10 ไร่ โดย ผู้ใหญ่วีระ รุ่งประเสริฐวงศ์ ผู้เป็นบิดา หวังเนรมิตพื้นที่ดังกล่าวเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน ตามแนวพระราชดำริโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 30% สำหรับนาข้าว 30% สำหรับสระน้ำ 30% สำหรับพื้นที่สวน และอีก 10% เป็นศูนย์อบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกร คนทั่วไปหรือผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ และให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงไข่ผำ

แม้รายได้หลักของไร่มาจากจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ผลอานิสงส์จากโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ แต่คุณกมลวรรณก็ไม่ทิ้งเรื่องไข่ผำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่องสวน หลังเห็นชาวบ้านเก็บ ไข่ผำไปจำหน่ายสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

แต่ลูกค้าบางส่วนโดยเฉพาะคนเมืองกลับไม่มั่นใจในเรื่องความสะอาดและการปนเปื้อนของสารหากเก็บไข่ผำจากธรรมชาติในร่องสวน จึงเป็นที่มาของแนวคิดการเลี้ยงผำในระบบปิด

“เริ่มเลี้ยงระบบปิดอย่างจริงจังเมื่อปี 2562 ก่อนหน้านั้น ผำมีอยู่แล้วตามร่องสวน แต่ไม่รู้ว่ามีมูลค่า โชคดีชาวบ้านเขารู้จัก เขาช้อนแล้วเอาไปขาย เมื่อขายได้เราก็รู้ คือ ตลาดเราอยู่ในเมือง ลูกค้าถามตลอดว่าสะอาดจริงมั้ย ไม่มีอะไรเจือปนใช่มั้ย ถ้าเราอยากได้พื้นที่การตลาด ขายสินค้าได้ เราก็ต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด ตัดทุกปัญหาที่ลูกค้าสงสัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงผำในระบบปิด” กมลวรรณเล่าย้อนที่มาการเลี้ยงผำ

หลังประสบผลสำเร็จการเลี้ยงในระบบปิด จึงหาวิธีต่อยอดด้วยการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าคนเมือง กลุ่มวัยรุ่น และคนรักสุขภาพ

“ถ้ามือใหม่ยอมรับว่าเลี้ยงยาก เป็นพืชที่ต้องเข้าใจเขามากๆ สำคัญที่สุดเรื่องความสะอาดและต้องไม่มีสารเคมี ผำเปรียบเหมือนผู้หญิงรักสวยรักงามแต่ว่าสามารถดูแลตัวเองได้ เริ่มแปรรูปจริงจังต้นปี 2565 เริ่มทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ เราทำครบวงจรเลย มุ่งเป้ากลุ่มลูกค้าวัยรุ่นมากขึ้น” กมลวรรณอธิบายพืชผำ

ผลิตภัณฑ์จากผำก็คือ ขนมจีนน้ำยาผำ จากนั้นเป็นข้าวเกรียบผำ โจ๊กผำ เบเกอรี่ บราวนี่ นอกจากนี้ ยังมีเมนูเครื่องดื่ม ทั้งกาแฟผำ ผงผำชงพร้อมดื่ม อีกทั้งยังมีผำสด สนนในราคากิโลกรัม 150 บาท ข้าวเกรียบผำกิโลกรัมละ 200 บาท ผงผำกระปุกละ 300 บาท ส่วนโจ๊กผำซองละ 15 บาท 30 บาท

ขณะที่ผำสดจำหน่ายออกทุกสัปดาห์เฉลี่ยสัปดาห์ละ 10 กิโลกรัม ตลาดหลักได้แก่ โรงพยาบาลพหลฯ เลกาซี่ รีสอร์ท และที่ไร่แสงสกุลรุ่ง นอกจากนี้ ยังจำหน่ายทางออนไลน์ ส่วนเป้าหมาย ในอนาคตจะวางผลิตภัณฑ์ ในห้างฯ โมเดิร์นเทรด

“โจ๊กผำ เรามั่นใจว่าเราเป็นเจ้าแรก จุดเด่นได้โปรตีนสูงกว่าที่อื่น จากการเก็บข้อมูลงานวิจัยผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยผ่าตัด ของโรงพยาบาลพหลฯ พบว่าผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น” กมลวรรณเผย

ส่วนการทำงานร่วมกับสหกรณ์การเกษตรมะขามเตี้ย จำกัด นั้น ช่วงแรกๆ สหกรณ์การเกษตรด่านมะขามเตี้ย จำกัด จะช่วยเรื่องการตลาด ทั้งสถานที่จัดจำหน่ายบริเวณหน้าที่ทำการสหกรณ์ และจำหน่ายผ่านออนไลน์ แต่ระยะหลังมีกลุ่มบุคคลผู้สนใจการศึกษาดูงานที่ไร่มากขึ้น มาที่ไร่มากขึ้น

ขณะที่การใช้น้ำในไร่ยังต้องพึ่งพากลุ่ม ผู้ใช้น้ำสหกรณ์เป็นหลัก เนื่องจากคุณแม่ กษราญาภัทร์ (ธนะวัตต์) เป็นสมาชิกสหกรณ์ และทางสหกรณ์ก็มีน้ำเพื่อการเกษตรให้บริการกับทางสมาชิกด้วย

กระทั่งล่าสุดนโยบายรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ เตรียมผลักดันผำ หรือคาเวียร์เขียวเมืองไทย เป็นอาหารเพื่อสุขภาพของโลก หรือซูเปอร์ฟู้ดของโลก โดยใช้ไร่แสงสกุลรุ่ง นำร่องต้นแบบเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน ภายใต้แบรนด์ “ทีมผำ (TEAMPHUM)” หลังผลงานวิจัยชี้ชัดว่าผำของไทยเป็นผำที่ดีที่สุดในโลก

“ทีมผำ (TEAMPHUM) เป็นชื่อแบรนด์ของไร่ หนูมีไอดอล คือแจ๊กสัน หวัง เขาใช้ชื่อทีมหวัง ก็เลยเอามาใช้ชื่อแบรนด์ทีมผำของไร่ อยากจะพาความเป็นผำไทยก้าวไปไกลทั่วโลก อยากให้ทั่วโลกยอมรับความเป็นไทยผำ” ทายาทไร่แสงสกุลรุ่งกล่าวทิ้งท้ายอย่างภูมิใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน