สิ่งที่เอกชนกังวลมากขณะนี้คือเวลาการได้ตัวนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาลจะล่าช้าออกไปอีก ไม่ได้กังวลว่าใครจะได้เป็นนายกฯ หรือใครจะได้เป็นรัฐบาล เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเหมือนกันหมด
ภาคเอกชนต้องการให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ภายในเดือนส.ค.นี้ หากล่าช้าออกไปมากกว่านี้อาจทำให้เศรษฐกิจในประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว เนื่องจากไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการจัดทำงบประมาณใหม่ที่ต้องนำมาใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในเดือนต.ค.นี้ ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกก็เริ่มถดถอย ฉุดภาค ส่งออกของไทยให้หดตัวต่อเนื่อง
การลงทุนจากต่างชาติเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไทยกำลังได้รับผล กระทบ ขณะนี้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติหยุดลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมทั้งนโยบายการ ส่งเสริมการลงทุนที่จะออกมา
นอกจากนี้ จีนซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งสงครามการค้ากับสหรัฐ เริ่มลดผลกระทบจากการถูกกีดกันทางการค้าด้วยการเร่งย้ายฐานการผลิตอุตสาหกรรมหลายประเภทมายังอาเซียน
หากการเมืองและเศรษฐกิจไทยยังไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีรัฐบาลในระยะเวลาอันใกล้นี้ ไทยอาจเสียโอกาสด้านการลงทุน เพราะจีนอาจย้ายฐานลงทุนเข้าไปยังประเทศอื่นๆ ในอาเซียนแทน เช่น ลาว เวียดนาม

ภาคเอกชนต้องการให้เร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้ได้ภายในเดือนส.ค. 2566 หากล่าช้าออกไปอาจทำให้เศรษฐกิจในประเทศของไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัว
สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ต้องดำเนินการ ที่สำคัญที่สุดคือแก้ปัญหาปากท้องประชาชน และภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 รัฐบาลต้อง เร่งออกมาตรการควบคุมราคาพลังงานและค่ากระแสไฟฟ้า
ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพและลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ หากปล่อยให้ผู้ประกอบการแบกต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สุดท้ายจะผลักภาระมาให้ประชาชนด้วยการ ปรับขึ้นราคาสินค้า
รวมทั้งออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภาคประชาชนให้ธุรกิจอื่นๆ เดินต่อได้ และสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ธุรกิจ เอสเอ็มอีฟื้นตัวและอยู่รอดได้ต่อไป