เพื่อไทยประกาศเดินหน้าผลักดัน นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายก รัฐมนตรี อย่างสุดความสามารถให้ได้รับเลือกจากที่ประชุมร่วมรัฐสภา ในการโหวตวันที่ 27 ก.ค. ให้ผ่านได้ในรอบเดียว
เป็นคำให้สัมภาษณ์ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย หลังพรรคก้าวไกลแถลงส่งไม้ต่อ เปิดทาง เพื่อไทยเสนอชื่อนายกฯ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล 8 พรรค ผ่านไปไม่ถึง 3 ชั่วโมง
เป้าหมายให้นายเศรษฐาผ่านฉลุย ตั้งแต่การโหวตครั้งแรก แน่นอนพรรคเพื่อไทยรู้ว่าไม่ง่าย เพราะกระแสต้านพรรคก้าวไกลนั้นกระหึ่มมาจากทั้งฝั่งสมาชิกวุฒิสภา หรือสว. รวมถึงขั้วพรรครัฐบาลเดิม
ในส่วน สว.นั้นแสดงออกชัดเจนตั้งแต่สภายังไม่ได้โหวตนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เลยด้วยซ้ำ ว่าต่อให้แคนดิเดตนายกฯ เปลี่ยนมาเป็นเพื่อไทย แต่ถ้ายังมีพรรค ก้าวไกลร่วมรัฐบาล สว.ก็จะไม่โหวตให้
นายสมชาย แสวงการ สว. โพสต์ เฟซบุ๊กยินดีกับการฟอร์มรัฐบาลใหม่ของเพื่อไทย แถมจี้ให้เพื่อไทยแถลงความชัดเจน 10 ข้อ แน่นอนรวมถึงข้อเรียกร้องว่า ต้องไม่มีนโยบายใดๆ จากพรรคร่วมรัฐบาล หรือกลุ่มการเมือง ที่รัฐบาล รัฐมนตรี ส.ส. หรือเครือข่ายสนับสนุนแก้มาตรา 112 หรือการดำเนินการที่กระทบสถาบัน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกมธ. พัฒนาการเมืองและการมี ส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภาที่ยืนขาเดียวมาตลอด ต่อให้นายพิธายืนยันจะไม่แก้มาตรา 112 ก็ไม่เชื่อ ระบุหากก้าวไกลยังอยู่ใน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล สว.ก็จะไม่โหวตให้พรรคเพื่อไทย
เฉกเช่นเดียวกับนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ก็ยืนยันแม้จะเสนอชื่อนายเศรษฐา แต่ถ้ารัฐบาลยังเป็น 8 พรรคร่วมที่กำลังจัดตั้งรัฐบาลอยู่ตอนนี้ และยังมีพรรคก้าวไกลอยู่ด้วยก็จะไม่โหวตให้
สำทับด้วย นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 บอกไม่ได้ติดใจเรื่องตัวบุคคลที่พรรคเพื่อไทยจะเสนอ เพียงแต่การโหวต 27 ก.ค. หากสมการการจัดตั้งรัฐบาลถ้าไม่มีพรรคก้าวไกลการตัดสินใจก็จะง่ายขึ้น
ไม่เพียงแต่ สว.ขาประจำฝ่ายต้าน ก้าวไกล หากพิจารณาจากเสียงโหวตนายกฯ รอบแรก 13 ก.ค. และการลงมติ 19 ก.ค. ปิดประตูโหวตนายพิธา เป็นนายกฯ ด้วยการอ้างเงื่อนไขข้อบังคับที่ 41 ก็ชัดเจน ว่าส.ว.เกือบทั้งหมดคิดเห็นอย่างไร
หากจะบอกไม่ง้อเสียงสว. แต่การได้เสียง จากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมข้อแม้ก็ไม่ได้ต่างกัน

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รวมไทยสร้างชาติ โพสต์ว่าการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งต่อไป หากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมเป็นรัฐบาลเราก็จะไม่เห็นชอบกับบุคคลใด จากพรรคใดก็ตามที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกฯ รวมถึงไม่ร่วมรัฐบาลหากมีก้าวไกลมาร่วมด้วย
นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ย้ำเหมือนทุกครั้ง พรรคชาติไทยพัฒนายินดีสนับสนุนแคนดิเดต นายกฯเพื่อไทย แต่มีเงื่อนไขต้องไม่มีพรรคก้าวไกล ที่มีเงื่อนไขแก้ไขหรือยกเลิก มาตรา 112 ในการร่วมรัฐบาล
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดชัดกว่าทุกครั้ง พรรคก้าวไกลพรรคเดียวที่มีนโยบายเรื่องมาตรา 112 และไม่มีท่าทีลดระดับ มีแต่จะเพิ่มความแข็งกร้าว ทั้งแกนนำพรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า และผู้สนับสนุนพรรค ถ้าได้ รับการติดต่อจากเพื่อไทยให้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้ายังมีก้าวไกลอยู่เราเข้าร่วมไม่ได้
แม้แต่ 8 พรรคร่วมเองก็เสียงแตก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าเสรีรวมไทย เรียกร้องให้พรรคก้าวไกลเสียสละ ไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อให้การจับขั้วของเพื่อไทยอิสระมากขึ้น อาจไปดึงพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคอื่นๆ มาร่วมรัฐบาลได้
นอกจากการเคลื่อนไหวต่อต้าน ของ 2 ฝั่งข้างต้นแล้ว มติที่ประชุม ร่วมรัฐสภา 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบว่าการโหวตนายกฯ จะเสนอชื่อซ้ำไม่ได้ ตามข้อบังคับการประชุมที่ 41
ยังเป็นเงื่อนตายบีบให้เพื่อไทย ต้องเร่งทำทุกวิถีทางเพื่อให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภา 27 ก.ค. รับรองนายเศรษฐา เป็นนายกฯ ตั้งแต่ครั้งแรก เพราะไม่มีโอกาสเป็นหนที่สอง
ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชี รายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่า มติดังกล่าว จะเป็นปัญหาของเพื่อไทยในการเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ครั้งต่อไป หากเสนอแล้วไม่ได้รับความเห็นชอบ เสียงไม่พอ ก็จะเสนออีกไม่ได้ และโอกาสจะไหลไปยังพรรคอื่นๆ อาจถึงขั้นการเสนอชื่อ คนนอกก็เกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม มติล่าสุดของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มีเพื่อไทยเป็นแกนนำ ได้กำหนดขั้นตอนการแสวงหาเสียงสนับสนุนไว้ 3 แนวทาง
1.หาเสียงจาก สว.เพิ่ม หากติดขัดเรื่องมาตรา 112 เพื่อไทยจะเป็นผู้ไปพูดคุยถึงรายละเอียดการลดเพดาน เพื่อนำมาคุยกับก้าวไกล
2.ถ้าเสียงส.ว.ยังไม่พอ ให้สิทธิเพื่อไทย ไปพูดคุยกับพรรคอื่นได้ตามที่เห็นสมควร
3.แนวทางอื่นๆ นอกจาก 8 พรรคร่วม ซึ่งหมายถึงอาจไม่มีบางพรรค และอาจมี พรรคขั้วรัฐบาลเดิมเข้ามาเติม
ทั้งนี้ การดำเนินการต้องเป็นไปตามสเต็ป 3 ขั้นตอนดังกล่าว
ต้องจับตาว่าก่อนวันที่ 27 ก.ค. การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรค เพื่อไทยจะไปถึงแนวทางที่ 3 เลยหรือไม่