เพราะเชื่อว่าการเล่นคือการเรียนรู้ อิเกีย ประเทศไทย จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นสมาชิก IKEA Family ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Learning by playing” เมื่อไม่นานนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและนักออกแบบตกแต่งภายในมาร่วมแบ่งปันความรู้และแชร์เทคนิคการจัดบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้

ดร.ประภัสสร พวงสำลี ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าการเลือกซื้อของเล่นให้เด็กๆ นอกจากจะเลือกตามความสนใจของเด็กๆ แล้ว อาจเลือกของเล่นที่พ่อแม่ร่วมเล่นด้วยได้ เพราะจะช่วยสร้างความอบอุ่นแน่นแฟ้นในครอบครัว ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ ลดปัญหาการติดหน้าจอของเด็กๆ และถ้าพ่อแม่เล่นอย่างสนุกสนานพร้อมเสียงที่ดังสมจริง ประกอบกับสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างกัน จะทำให้เด็กๆ สนุกกว่าการดูหน้าจอ ทั้งนี้ พ่อแม่สามารถเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมกับเด็กๆ ระหว่างการดูหน้าจอ เพื่อกดหยุดหน้าจอและอธิบายเพิ่มเติมหรือพูดคุยกับเด็กๆ ถึงสิ่งที่กำลังดู เพื่อสร้างการเรียนรู้และการโต้ตอบสองทาง

สำหรับการเล่นที่เหมาะสมสำหรับเด็กในแต่ละช่วงวัย ดร.ประภัสสรแนะนำว่าเด็กในวัยแรกเกิดถึง 3 ขวบ พ่อแม่ควรเข้าไปเล่นกับลูกอย่างถึงเนื้อถึงตัว เพื่อสร้างความอบอุ่น ความผูกพัน และพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลูก เน้นสร้างพัฒนาการด้านประสาทสัมผัสทั้งห้า ใช้น้ำเสียงที่สมจริงและหลากหลายกับเด็กๆ ในระหว่างการเล่นเพื่อกระตุ้นจินตนาการ เพราะแม้ว่าเด็กในวัยนี้จะไม่สามารถตอบโต้ได้แต่จดจำและคิดตามได้ เมื่อวันหนึ่งที่เด็กๆ พร้อม เขาจะพูดคำที่จดจำเหล่านั้นออกมา การเล่นของเด็กๆ ในช่วงวัยนี้ต้องระมัดระวังของเล่นที่เด็กๆ สามารถหยิบเข้าปากเพราะอาจเกิดอันตราย

เด็กวัย 3-4 ขวบ หรือวัยอนุบาลที่เริ่มมีกฎกติกาต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เด็กในวัยนี้สามารถเรียนรู้เรื่องการแพ้ชนะและการให้อภัย จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับปลูกฝังการเรียนรู้ด้านการจัดการอารมณ์และทักษะการเข้าสังคม ผ่านการเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับคนนอกครอบครัวอย่างเพื่อนๆ ที่โรงเรียน โดยพ่อแม่สามารถร่วมเล่นและทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเพื่อสอนทักษะการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

ของเล่นมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสทุกส่วนของเด็ก ตลอดถึงการมอง การได้ยิน การส่งเสริมพัฒนาการของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ซึ่งนับเป็นตัวช่วยสำคัญที่ส่งเสริมทั้งพัฒนาการด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และการสื่อสาร นอกจากการเลือกของเล่นที่เป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการแล้ว พ่อแม่ควรคำนึงถึงหลักความปลอดภัย โดยมีหลักการและข้อควรระวัง 5 ประการ ได้แก่ 1.ระวังของเล่นที่เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะหากเล่นผิดวิธี อาจมีโอกาสอุดตันทางเดินอาหารและหลอดลม 2.ของเล่นที่มีสายยาว อาจขดเป็นวงและรัดคอเด็กทำให้เกิดอันตราย 3.ของเล่นที่มีสารเคมีปนเปื้อน 4.ของเล่นประเภทที่มีความรุนแรง เช่น ปืนอัดลม ปืนลูกดอก ระเบิด หรือของเล่นที่มีเสียงดังเกินกว่าความปลอดภัยของเด็ก 5.ของเล่นที่มีลักษณะแหลมคมสภาพแวดล้อมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเด็กอย่างสมบูรณ์ การจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดีจะช่วยเอื้อต่อพัฒนาการของเด็ก

พรรณิสา จันทเสนา นักออกแบบตกแต่งภายใน สโตร์อิเกีย บางนา ร่วมแชร์เคล็ดลับเพื่อช่วยจัดสรรพื้นที่สำหรับการเล่นในบ้านและการจัดบ้านที่ส่งเสริมการเล่นของเด็กๆ อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น แยกของเล่นออกจากข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ในบ้านที่อาจเป็นอันตราย หรืออาจเลือกใช้ที่ครอบปลั๊กไฟในบริเวณที่เด็กๆ เล่น เพื่อป้องกันไฟฟ้าชอร์ต วางเฟอร์นิเจอร์โดยคำนึงถึงความปลอดภัย มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทในห้องที่เพียงพอ แยกพื้นที่สำหรับการเรียนและเล่นออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อเสริมสร้างวินัยสำหรับเด็ก เช่น บริเวณสำหรับเรียนหนังสือ ควรมีโต๊ะเก้าอี้ที่เหมาะสมสำหรับสรีระของเด็กๆ มีชั้นวางหรือตู้เก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนปลอดโปร่งและมีสมาธิ ในขณะที่พื้นที่สำหรับการเล่นนั้นควรมีพื้นที่ให้เด็กๆ ขยับตัวอย่างเต็มที่

การเล่นบทบาทสมมติจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและการส่งเสริมการขยับร่างกาย เช่น ชุดเครื่องครัวของเล่น ที่สามารถวางไว้ใกล้ห้องครัว เพื่อที่เด็กๆ จะได้ร่วมเล่นทำอาหารไปพร้อมกับพ่อแม่ที่กำลังทำอาหาร สร้างการเรียนรู้ พูดคุยถึงสิ่งที่กำลังเล่น เพื่อฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ผู้ปกครองต้องจัดสรรพื้นที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักอยู่เสมอ