นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ได้ทำการสำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านหนี้สิน กิจการของเอสเอ็มอีไตรมาส 2/2566 พบว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 59.7% มีภาระหนี้สิน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ที่อยู่ที่ 53.4% โดนส่วนใหญ่เป็นการกู้ยืมเพื่อนำมาใช้หมุนเวียนในกิจการเป็นหลัก และพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะธุรกิจภาคการค้าและ ภาคการบริการมีสัดส่วนการกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนนอกระบบสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกู้ยืมจากเพื่อนหรือญาติพี่น้องมากที่สุด เนื่องจากแหล่งเงินทุนในระบบสถาบัน การเงินมีวิธีการและกระบวนการพิจารณาที่เข้มงวด
โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 35.6% มีภาระหนี้สินอยู่ในช่วง 50,000-100,000 บาท ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 33.2% ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจรายย่อย มีระยะเวลาสัญญาเงินกู้ในช่วงไม่เกิน 7 ปี และแบกรับอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าธุรกิจขนาดอื่นๆ ขยับขึ้นมาอยู่ในช่วง 9-12% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 6-8%
“สถานการณ์ในไตรมาส 2/2566 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 55.4% ยังคงเผชิญกับปัญหาในการชำระหนี้ ด้วยเหตุที่รายได้น้อยกว่ารายจ่าย สภาพคล่องลดลงและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สูงขึ้น แม้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 57.8% ยังสามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดสัญญา แต่อีก 42.4% เริ่มประสบปัญหาการผิดเงื่อนไขการชำระหนี้”