วันจันทร์ที่ 24 ก.ค.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 89 ปี มรณกาล “พระครูวิริยา ธิการี” หรือ “หลวงปู่นาค ปุญญนาโค” วัดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตพระเกจิ อาจารย์สำคัญองค์หนึ่งของประจวบคีรีขันธ์
เชี่ยวชาญอย่างสูงด้านวิปัสสนาธุระ อีกทั้งทรงคุณด้านวิทยาคม เป็นที่เคารพนับถือของชาวหัวหินรวมทั้งพุทธศาสนิกชนทั่วไป
สร้างวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยม อาทิ เหรียญ ล็อกเกต ขี้ผึ้ง ตะกรุดสามกษัตริย์ ผ้าประเจียดสีแดง ฯลฯ
เกิดในสกุล พ่วงไป เมื่อปี พ.ศ.2400 บ้านเดิมอยู่ที่บ้านลัดโพ อ.คลองกระแซง จ.เพชรบุรี หัดเรียนเขียนอ่านอักขรสมัยที่วัดลัดโพ กับพระอธิการเมืองอยู่ 1 ปี ก่อนย้ายไปอยู่กับพระอธิการสุก วัดหลักป้อม จ.สมุทรสงคราม เล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่หลายปี จนอายุย่าง 19 ปี จึงบรรพชา กระทั่งอายุ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหลังป้อม
เริ่มศึกษาวิปัสสนาธุระและรับการถ่ายทอดอาคมจากหลวงพ่อตาด วัดบาง วันทอง ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิชาอาคมจากหลวงพ่อเอี่ยม วัดลัดด่าน และหลวงพ่อภู่ วัดบางกะพ้อม
พ.ศ.2464 ลาสิกขาออกมาช่วยครอบครัว และแต่งงานกับนางแจ่ม มีบุตร 1 คน ก่อนที่จะเลิกร้างกันไป และเกิดความเบื่อหน่ายทางโลก ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งที่วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี จำพรรษาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนมาสร้างวัดวังก์พง ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวบ้านหัวหินได้พร้อมใจกันสร้างวัดอัมพาราม ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดหัวหิน”
ขุนศรีเสละคาม (พลอย กระแสสินธุ์) กำนันโต และผู้ใหญ่กล่ำ เป็นตัวแทนชาวบ้านไปอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาส
นับแต่นั้นมาได้พัฒนาวัดหัวหินจนกระทั่งมีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมวัดอื่นๆ มีความมั่นคงสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
ผู้เฒ่าผู้แก่เล่ากันว่า หลวงปู่นาคเป็นพระเกจิอาจารย์เรืองอาคม อุดมด้วยบุญฤทธิ์และอิทธิฤทธิ์ มีปฏิปทาน่าเลื่อมใส
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธาเป็นพิเศษทุกครั้งที่เสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะทรงมานมัสการเสมอ พร้อมทั้งทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เข้าเฝ้าฯ ได้ตลอดเวลา แม้ในยามราตรี
มีผู้บันทึกนิสัย ปฏิปทา และศีลวัตรของท่านไว้ว่า เป็นผู้มีอัธยาศัยรักสงบ เยือกเย็นและสุขุม ประกอบด้วยความเมตตากรุณา มีเมตตาธรรมแก่คนทั่วไปโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ เป็นพระที่พูดน้อย เวลาจะตักเตือนหรือสั่งสอนใครมักใช้คำพูดสั้นๆ ไม่เยิ่นเย้อ แต่เป็นคำที่เฉียบคม แฝงด้วยความหมาย ลึกซึ้งยิ่งนัก
ขึ้นชื่อว่าสร้างพระเครื่องได้เข้มขลัง เนื่องจากสืบสายพุทธาคมมาจากเกจิทรงวิทยาคมหลายรูป วัตถุมงคลและเครื่องรางของขลังที่ได้รับความนิยมอีกรุ่นคือ พระสมเด็จวัดมฤคทายวัน
วัดมฤคทายวันตั้งอยู่ติดกับวังไกลกังวล สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน และเมื่อพระองค์เสด็จฯ แปรพระราชฐานมายังวังไกลกังวลก็มักทรงสดับพระธรรมเทศนา และสนทนาธรรมกับพระภิกษุผู้มีศีลาจารวัตรงดงาม รวมถึงหลวงปู่นาค ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดมฤคทายวันในสมัยนั้น ซึ่งภายหลังได้ย้ายมาครองวัดหัวหิน
ในช่วงบั้นปลายชีวิตหลวงปู่นาคเริ่มอาพาธด้วยโรคบวมตามข้อ พ.ศ.2475 รักษาตัวเรื่อยมา อาการไม่หายขาด เพียงทุเลาเป็นครั้งคราว ก่อนมรณภาพอย่างสงบเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2477 สิริอายุ 77 ปี พรรษา 42
ได้รับพระราชทานเพลิงเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2478