พรรคเพื่อไทยเดินเกมเร็วจัดตั้งรัฐบาลทันที หลัง 8 พรรคร่วมมีมติเมื่อ 21 ก.ค. ให้ดำเนินการใน 3 ขั้นตอน เพื่อแสวงหาเสียงสนับสนุนทั้งจากสว. และสส.
วันรุ่งขึ้นก็นัดพรรคภูมิใจไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคชาติพัฒนากล้า ต่อคิวตั้งวงดื่มช็อกมินต์กันชื่นมื่น และนัดหารือกับชาติไทยพัฒนา และพลังประชารัฐเป็นคิวต่อไป
ผลหารือไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพรส์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังยืนกรานแม้พรรคก้าวไกลจะ ลดเพดาน มาตรา 112 ก็ยังทำงานร่วมกันไม่ได้ เพราะวิธีการทำงานและความคิดไม่ตรงกัน

ไม่ต่างจากพรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ไม่เปลี่ยนจุดยืน ไม่เอาพรรคก้าวไกล ไม่เอาการแก้ไขมาตรา 112 ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคพลังพลังประชารัฐก็ย้ำจุดยืนเดิมตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดวงหารือด้วยซ้ำ
ส่วน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ถึงไม่ได้ประกาศต้านพรรคก้าวไกล แต่ก็มีเงื่อนไขหากมีแก้มาตรา 112 ก็ไม่สามารถร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของเพื่อไทยได้
แม้ยังต้องนำผลพูดคุยไปหารือกับทั้ง 8 พรรคอีกครั้ง แต่ระหว่างที่พรรคเพื่อไทยชนแก้วช็อกมินต์กับขั้วรัฐบาลเดิม กระแสต่อต้านก็ดังกระหึ่ม โดยเฉพาะโลกโซเชี่ยล
จนแฮชแท็ก #จัดตั้งรัฐบาล ขึ้นอันดับ 1 เทรนด์ทวิตเตอร์ข้ามวัน ยอดโพสต์ทะลุ 1.4 ล้าน นอกจากนี้แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องก็ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับต้นๆ ไม่ว่าจะเป็น #เพื่อไทย #อนุทิน #รวมไทยสร้างชาติ
นอกจากนี้ ให้หลัง นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เสนอสมการใหม่การจัดตั้งรัฐบาล โดยให้รออีก 10 เดือน เมื่อสว.ระเหิดไปตามกฎหมาย อาจเจ็บบ้างที่ต้องให้รัฐบาลรักษาการอยู่ต่อ 10 เดือน แต่เจ็บหลายสิบปีหากให้อำนาจนิยมได้กุมอำนาจต่อเนื่อง โซเชี่ยลก็ แชร์สนั่น
น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีตส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ที่โพสต์เฟซบุ๊ก “เอาน้ำดีไปรวมน้ำเสีย ไม่นานจะกลายเป็นน้ำเน่า” ก็กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์ มีคนกดไลก์และแสดงความเห็นจำนวนมาก
ท่าทีจากคนกันเองยังดังมาจาก นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ทวีตว่า การหารือกับพรรคต่างๆ โดยหลักการเป็นสิ่งที่พึงกระทำ แต่การหารือกับพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคพลังประชารัฐ ไม่จำเป็นและไม่มีประโยชน์เลย
ยิ่งถ้าจะพัฒนาไปถึงขั้นร่วมรัฐบาลกับสองพรรคนี้ ไม่ควรแม้แต่จะคิด เพราะประกาศชัดระหว่างหาเสียงแล้วว่าจะไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับสองพรรคนี้ การอ้างเหตุการณ์เปลี่ยนไปไม่เป็นเหตุเป็นผล สองพรรคนี้คือเครื่องมือการสืบทอดอำนาจเผด็จการมาแต่ต้น และยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการ สมช.ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ระบุ ถ้าเกิดกรณีไม่ปฏิบัติตามสัจวาจา หมายความว่าโกหกประชาชน คำพระท่านสอนไว้ว่า “คนโกหก ไม่ทำชั่วเป็นไม่มี”
การอ้างเหตุผลใดๆ เพื่อทำให้เกิดการเสียสัตย์เป็นเรื่องของขบวนการคนหน้าด้าน ถ้าเกิดขึ้นประชาชนจะสูญสิ้นศรัทธาปีกประชาธิปไตย จะไปเข้าทางฝ่ายอำนาจนิยมสืบทอดอำนาจ
8 พรรค 312 เสียงฝ่ายประชาธิปไตยต้องเป็นคนกำหนดเกม ประชาชนรอมา 9 ปี เหลือเวลาด่านสุดท้ายทำไมเขาจะรออีกอึดใจไม่ได้ ประชาชนพร้อมใจร่วมใช้รูปแบบมวยตื๊อ ไปด้วยกันกับ 8 พรรคร่วม
ฟากฝั่ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล นอกจาก นายกัณวีร์ พรรคเป็นธรรม น.ต.ศิธา ธิวารี แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ก็ยืนยันจะอยู่ฝั่งประชาธิปไตย ในจุดที่ก้าวไกลยืนอยู่ และเชื่อว่าสมาชิกพรรคเห็นตรงกันว่าต้องยึดหลักประชาธิปไตย
ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ทวีตหลังทำบุญ ด้วยพุทธศาสนสุภาษิต “นตฺถิ อการิยํ ปาปํ มุสาวาทิสฺส ชนฺตุโน ซึ่งมีความหมายว่า คนพูดมุสา จะไม่พึงทำชั่ว ย่อมไม่มี”
แม้แต่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยังโพสต์ “กปปส. ผสมพันธุ์กับเพื่อไทย ลูกออกมาเป็นอะไร งงหมดแล้ว?????”

ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่เปิดเวทีขอบคุณชาวชลบุรี ประกาศลั่นต่อหน้าด้อมส้มจำนวนมากทั้งบนเวทีที่พัทยา และศรีราชา ที่แห่แหนมาต้อนรับ “ใครจะถีบผมออกจากเรือผมไม่รู้ รู้อย่างเดียวว่าผมไม่ยอม ถ้าเรือมันรั่วก็ต้องช่วยกันอุด ช่วยกันซ่อม ไม่ใช่จะถีบเพื่อนออกจากเรือ”
ยังย้ำกับแฟนคลับที่ จ.ระยอง ในบริบทไม่ต่างกัน พร้อมยกคำกลอนสุนทรภู่ “อย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน”
สมทบด้วยคำประกาศของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ทั้งโพสต์และให้สัมภาษณ์ผ่านรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอว่า จะไม่ออกไปไหน “จะสู้กับคนหน้าด้านหน้าบางไม่ได้ ต้องหน้าด้านกว่า”
นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ก็ทวีตว่า “เมื่อเมียน้อยยื่นเงื่อนไข จะเข้าบ้านต้องไม่มีเมียหลวง การตัดสินใจอยู่ที่สามีค่ะ ชาวบ้านว่าไงคะ”
แถมมีเสียงเชีบยร์มาจากฝั่งนักวิชาการ ให้พรรคก้าวไกลสู้ไม่ถอย นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ โพสต์ให้นายพิธาสู้ถึงที่สุด ตามหลักประชาธิปไตยพรรคอันดับ 1 และมองด้วยว่าหากที่สุดต้องกลายไปเป็นฝ่ายค้านก็อาจเป็นต้นร้ายปลายดี อาจไม่ต้องรอถึง 4 ปี ที่จะกลับมาอย่างสง่างาม

นายธเนศวร์ เจริญเมือง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ม.เชียงใหม่ แฟนคลับที่เคยเหนียวแน่นกับเพื่อไทย โพสต์ตรงๆ “มากเกินไปแล้ว พากันไม่เอาพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ของประเทศ แน่มาจากไหนจึงไม่ฟังเสียงประชาชน เพื่อไทยเหมือนจะยืมปากพรรคอื่นมาบอกดังๆว่าไม่เอาก้าวไกล” พร้อมเชียร์ก้าวไกลอย่าถอย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. มองว่าการเปิดเจรจาในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เป็นหมากของเพื่อไทย ก้าวไกลเหลือแค่ 2 ทางเลือกคือรับหรือยอมถอย แล้วแนะว่า “ถ้าอีกฝ่ายเดินหมากเพื่อบังคับให้เราเดินไปในทางที่เขาต้องการ ต้องหาทางคิดไปในทางตรงข้าม เล่นให้เป็นครับ ถามผม รุกครับ”
นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต เตือนว่าหากเพื่อไทยยอมพลิกขั้วเท่ากับฆ่าตัวตาย แต่หากคิดว่าชนะรอบนี้แล้วพรรคจะแตกสลาย ไม่เล่นการเมืองอีกเลยก็ได้
เป็นความเห็นทั้งจากคนวงนอก คนใน ที่เพื่อไทยต้องนำมาประเมินก่อนตัดสินใจว่าทางไหนคุ้มกว่ากัน