ตราด – นางวรัญญา ถนอมพันธุ์ พาณิชย์จังหวัดตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจชายแดน ว่า สืบเนื่องมาจากปัจจุบันเศรษฐกิจประเทศต่างๆ มีความเชื่อมโยงต่อกันโดยผ่านการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ทุกภาคส่วนของโลก รวมถึงประเทศอาเซียนรับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม มีเหตุการณ์ที่สร้างความผันผวนและความไม่แน่นอนต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อภาวะดังกล่าว

สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การพบปะระหว่างภาคเอกชนจากราชอาณาจักรไทย และราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นไปได้ยาก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการจัดกิจกรรม Business Matching เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจชายแดน เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดให้ผู้ประกอบการทั้งสองประเทศ และดึงดูดการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดตราดและจังหวัดพระตะบอง และจังหวัดเกาะกง ราชอาณาจักรกัมพูชา กิจกรรมประกอบด้วย 1) ประชุมหารือด้านความร่วมมือการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว 2) เจรจาจับคู่ธุรกิจโดยมีการจัดแสดงสินค้าของผู้ประกอบการท้องถิ่น 3) เยี่ยมสถานประกอบการผู้ประกอบการในจังหวัดตราด

ด้านนายพีระ เอี่ยมสุนทร ปลัดจังหวัดตราด เผยให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศษรฐกิจฐานราก มุ่งเน้นให้ชุมชนและท้องถิ่นมีความกินดีอยู่ดี มีความเข้มแข็ง มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นและมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการส่งเสริมสินค้าและบริการจากท้องถิ่นเชื่อมโยงตลาดประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก มีความพร้อมและตั้งใจเป็นอย่างยิ่งในการช่วยเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

นางวิภา สุเนตร ประธานหอการค้าจังหวัดตราด เสนอให้ทางฝั่งกัมพูชาอนุญาตให้ชาวตราดใช้บัตรประชาชนใบเดียวสามารถเดินทางเข้าจังหวัดพระตะบอง และจ.เกาะกงได้ และให้ชาวกัมพูชาทั้งสองจังหวัดเดินทางเข้า จ.ตราด ได้ด้วยการใช้บอร์เดอร์พาสส่งเสริมการค้าท่องเที่ยวระหว่าง 2 จังหวัดในกัมพูชา และจังหวัดตราดได้เป็นอย่างดี และการขนส่งสินค้าเข้าฝั่งกัมพูชามีขั้นตอนยุ่งยาก จึงขอให้ลดขั้นตอนลงเพื่อความสะดวกทั้งสองฝ่าย ทางฝั่งกัมพูชารับว่าจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับทางรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน