จะมีรถยนต์สักกี่รุ่น ที่เปิดตัวทำตลาดมายาวนาน อายุยืนถึงวันนี้ก้าวเข้าขวบปีที่ 9 แล้ว แต่ยังไม่ได้โมเดล เชนจ์
หนึ่งในนั้นคือ เจ้ามาสด้า 2 ของค่ายซูม ซูม มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย
แต่ที่สำคัญกว่านั้น รุ่นปรับโฉมล่าสุด ที่เรียกว่าไมเนอร์ เชนจ์ ได้กระแสตอบรับจากแฟนๆ รถเล็กเมืองไทยอย่างล้นหลาม ชนิดที่รถใหม่เอี่ยมอ่องบางค่ายยังต้องมองค้อน
และเพื่อให้เป็นที่รับรู้ถึงสมรรถนะ รวมถึงอรรถประโยชน์ในการใช้งาน ทีมงานมาสด้า นำโดย ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส จัดทริปทดสอบ เส้นทางกรุงเทพฯ-จ.ฉะเชิงเทรา

ขาไป ‘ข่าวสด ยานยนต์’ อาสาเป็นผู้ทดสอบก่อน ได้รุ่น XDL เครื่องยนต์ดีเซล สกายแอ๊กทีฟ-ดี ขนาด 1.5 ลิตร แบบซีดาน 4 ประตู
ที่ดีไซน์ภายนอก อาจจะไม่ได้ปรับเปลี่ยนมากมาย เหมือนรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน ที่เพิ่มรุ่นพิเศษอีก 2 รุ่น กับ Rookie Drive และ Clap Pop ตะมุตะมิด้วยชุดแต่งพิเศษ และยังสามารถปรับแต่งได้ 83 แบบกันเลยทีเดียว
ไฟหน้า LED Projector และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED Signature เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต ด้วยฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ หลังคาสีดำ ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว
ภายในเบาะนั่งนุ่มแน่นหุ้มหนัง และผ้า Grand Luxe Suede ให้สัมผัสนุ่ม มองผาดๆ คล้ายหนังอัลคันทารา ที่ใช้อยู่ในรถระดับหรู ด้านคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และบันทึกตำแหน่งได้ 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายเมื่อเปลี่ยนคนขับไป-มา
พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้าน ทรงสปอร์ต พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (แพดเดิล ชิฟ)

หน้าจอกลางแบบสีระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว แสดงภาพ 360 องศา รองรับแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ แบบไร้สาย และแอนดรอยด์ ออโต้ แต่ต้องใช้สาย ควบคุมได้ง่ายด้วย Center Commander บริเวณใกล้กับคันเกียร์
ออกเดินทางจากย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ การจราจรแม้จะเป็นช่วงสายวันธรรมดา แต่เพื่อนร่วมทางก็ยังดูหนาตา ต้องหลบหลีกพี่ใหญ่ น้องเล็ก อยู่เนืองๆ
แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความเครียดเลยแม้แต่น้อย ด้วยขนาดตัวที่กะทัดรัด แถมด้วยความแรงของเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์สกายแอ๊กทีฟ-ไดรฟ์ (Skyactiv-Drive) 6 สปีด
ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ช่วยให้ลัดเลาะ เร่งแซงได้อย่างคล่องแคล่ว ว่องไวไหลลื่น

ขึ้นทางด่วนต่อเนื่องไป ถ.มอเตอร์เวย์ เริ่มมีพื้นที่ให้ทำความเร็ว จัดไปยาวๆ 120-130-140 ก.ม.ต่อช.ม. เข็มไมล์ไต่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเหนื่อยไม่มีท้อ จัดไปกว่า 160 ก.ม.ต่อช.ม. ช่วงล่างยังนิ่งกริบ
รวมถึงการเปลี่ยนเลน หรือเข้าโค้ง ทำได้กระชับฉับไว ไม่มีสั่นไหว ด้วยช่วงล่างที่หนึบแน่น อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้ ผนวกรวมกับพวงมาลัยที่คมกริบ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้อีกมากโข

ไฮไลต์ของทริปนี้ คือ การได้ขับขี่ในศูนย์ทดสอบยานยนต์ และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) บนพื้นที่กว่า 1,235 ไร่ นัยว่าทันสมัย ครบครัน และใหญ่ที่สุดในอาเซียนเลยทีเดียว และเป็นค่ายแรก ครั้งแรกของเมืองไทย
แบ่งเป็น 3 สถานี สถานีแรกทดสอบความเร็ว แน่นอนว่า เจ้ามาสด้า 2 ใหม่ ทำได้จี๊ดจ๊าดสะใจ รวมถึงสลาลม และเลนเชนจ์ จัดไปแบบสบายมือ

สถานีต่อไป ทดสอบระบบเบรก ทั้งบนทางแห้ง และเปียก บนทางแห้งไร้ปัญหา ขณะที่ทางเปียกรอบแรกใช้ความเร็ว 40 ก.ม.ต่อช.ม. หยุดสนิท รอบสองเพิ่มความเร็วอีกนิด 60 ก.ม.ต่อช.ม. ตัวรถไถลไปข้างหน้าอยู่พอประมาณ ต่อด้วยลูกระนาดเตี้ยๆ ซ้ายขวา เพื่อให้ดูถึงแรงสั่นสะเทือน และเสียงที่เข้ามาในห้องโดยสาร ซึ่งมีน้อยมาก
สถานีสุดท้าย ขับไปตามช่องทางที่กำหนด ลัดเลาะซอกแซกวกวน มีทั้งโค้งลึก โค้งหักศอก ซ้าย-ขวา ต่อเนื่อง ที่แม้จะดูสับสน แต่ด้วยช่วงล่างที่แน่นหนึบ พวงมาลัยที่คม และกำลังเครื่องยนต์ที่เติมคันเร่งจากที่ควรต้องเครียด กลายเป็นขับสนุกไปซะอย่างนั้น

ก่อนเปลี่ยนให้เพื่อนร่วมคันขับขากลับ ดูระยะทางที่ทดสอบวันนี้ 146.7 ก.ม. อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 15.3 ก.ม.ต่อลิตร ถือว่าค่อนข้างห่างจากสเป๊กที่ว่าไว้ 26.3 ก.ม.ต่อลิตร พอสมควรแต่ก็นะตรงนี้ขับจริง บนถนนจริง ไม่ใช่ในห้องแล็บ
แวะไปสัมผัสให้รู้ว่า มาสด้า 2 มีอะไรดี ถึงอายุยืนยาวได้นานขนาดนี้ ได้ที่โชว์รูม มาสด้า ทั่วประเทศ ส่วนจะคุ้มค่าคุ้มราคา กับรุ่น XDL ที่ 830,000 บาทหรือไม่?
ต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง
กิตติพงศ์ ศรีเจริญ