นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันเข้าพรรษาของทุกปี ถือเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 2 ส.ค.2566 ภายใต้คำขวัญ “ไกลเหล้า ไกลโรค ไกลอุบัติเหตุ” เนื่องจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดผลกระทบในเชิงลบมากกว่าเชิงบวก ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจ โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ระบุว่าทุกปีทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากพิษของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ประมาณ 3 ล้านคน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมากกว่า 230 ชนิด นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราช พร้อมผู้นำทุกศาสนา มีโอวาทมุ่งเน้นให้เห็นผลกระทบด้านลบจากการดื่มสุราด้วย
กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย จึงร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ “วันงดดื่มสุราแห่งชาติ” ประจำปี 2566 เชิญชวนให้ร่วม ลด ละ เลิกการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยวิธี “1 ลด 3 เพิ่ม” คือ ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มเงินในกระเป๋าเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย และเพิ่มความสุขในครอบครัว เป็นการช่วยลด รายจ่ายภาคครัวเรือน ลดปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ดื่ม ครอบครัว และสังคม เช่น อุบัติเหตุ พิการ บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ด้าน นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ด้านพฤติกรรมการดื่มสุราของประชากรไทย พ.ศ.2565 พบว่าแนวโน้มค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของ นักดื่มปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีแนวโน้มซื้อมาดื่มที่บ้านสูงมากขึ้นในช่วงรอบการสำรวจปี พ.ศ.2560 และพ.ศ.2564 ผู้ดื่มหนักเป็นประจำ มีค่าใช้จ่ายการดื่มสุราเฉลี่ยสูงถึง 3,722 บาท/เดือน เมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำเฉลี่ย 340 บาท/วัน สำหรับกิจกรรมในปีนี้ ประกอบด้วย การเสวนาประเด็น “สุรากับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ ในมุมมองด้านสุขภาวะ”, การเทศนาธรรม “เลิกดื่มเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” โดยพระธรรมวชิรเมธี (มีชัย วีรปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม และเจ้าคณะภาค 1 และกิจกรรม “เชิญ ชวน เชียร์ ลด ละ เลิกเหล้า เข้าสู่ระบบบำบัดรักษา” ผ่านระบบลงนามออนไลน์ http://noalcohol.ddc.moph.go.th/ ร่วมงดเหล้าในช่วงเข้าพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน เพื่อนำไปสู่การเลิกเหล้าตลอดชีวิต