จากกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย บุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซัม เผยว่า นายทักษิณจะกลับประเทศไทยในวันที่ 10 ส.ค. ที่สนามบินดอนเมือง ขณะที่นายทักษิณยืนยันจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลาน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รักษาการรมว.ยุติธรรม ได้กำชับกรมราชทัณฑ์ให้ดูแล 3 เรื่องเป็นพิเศษ คือ 1.ความปลอดภัย ซึ่งตรงนี้จะทำให้นายทักษิณได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะนักโทษอื่นไม่มีปัจจัยเสี่ยงตอนนี้

2.ให้มีความสะดวกตามสมควร แต่ไม่สะดวกมากจนเป็นอภิสิทธิ์ เนื่องจากจะมีคนเข้าเยี่ยม โดยคาดว่าจะมีองค์การระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน และแฟนคลับ มวลชน จำนวนมาก

3.ให้มีความสบายตามสมควร เพราะอายุเกิน 70 ปี และป่วย คงไม่เหมือนกับคนที่อายุ 25 หรือ 30 ปี

ส่วนเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษ นายวิษณุระบุว่า เป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่มีเงื่อนไขคือต้องเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการรับโทษต้องถูกคุมขัง และเมื่อเขาพร้อม ต้อง เขียนฎีกาอธิบายค่อนข้างยืดยาว เพราะเมื่อยื่นไปแล้ว ถ้าไม่มี โปรดเกล้าฯ ลงมา จะยื่นอีกไม่ได้ภายใน 2 ปี

ด้าน นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ระบุว่า ราชทัณฑ์มีหน้าที่รับตัวผู้ต้องขัง ตามหมายขังจากศาลเท่านั้น ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้ ทุกอย่างมีขั้นตอนระบุชัดเจน

ตามขั้นตอน หากนายทักษิณเดินทางเข้าประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะเป็นหน่วยงานแรกที่รับตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับ จะทำบันทึกจับกุมก่อนนำตัวไปยังศาล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน

จากนั้นศาลจะออกหมายขัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่อยู่ประจำศาลจะรับตัวตามหมายขัง เพื่อนำตัวไปควบคุมยังเรือนจำที่ศาลกำหนด คาดว่าจะเป็นเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

โดยผู้ต้องขังเข้าใหม่ทุกรายจะถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องกักโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นเวลา 5 วัน และต้องได้รับการตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาลของเรือนจำ ส่วนกรณีนายทักษิณ อายุ 74 ปี ถือเป็นผู้ต้องขังสูงอายุและจะแยกควบคุมในห้องกักโรคเฉพาะผู้สูงอายุ หากมีโรคประจำตัวที่จะต้องเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง ทางกรมราชทัณฑ์จะมีแพทย์ประจำเรือนจำที่จะเป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการจำแนกผู้ต้องขัง โดยจะนำตัวไปยังห้องกักโรคของทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ต่อไป

สำหรับนายทักษิณ มีคดีที่ถูกพิพากษาไปแล้ว 4 คดี มีโทษ จำคุกรวม 12 ปี หากกลับประเทศไทย จะมีโทษถูกจำคุกทันที แต่ปัจจุบัน 1 ใน 4 คดีหมดอายุความแล้ว ทำให้เหลือเพียง 3 คดี และโทษจำคุกเหลือ 10 ปี ได้แก่

คดีนายทักษิณสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) อนุมัติเงินกู้สินเชื่อจำนวน 4,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลเมียนมา โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุนเพื่อนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ในการซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) อันเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น

ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 และให้ออกหมายจับนำตัวมาบังคับคำพิพากษา รวม 2 หมายจับ

คดีให้บุคคลอื่น หรือนอมินี ถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แทน โดยบริษัท ชินคอร์ปฯ เป็นคู่สัญญา ต่อหน่วยงานของรัฐ และเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นในกิจการโทรคมนาคม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 โดยศาลฎีกาฯพิพากษา จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา

คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือคดีหวยบนดิน ศาลฎีกาฯ ตัดสินจำคุกนายทักษิณ 2 ปี ไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2562 และให้ออกหมายจับนำตัวมาบังคับคำพิพากษา รวม 2 หมายจับ

ส่วนคดีที่หมดอายุความแล้ว คดีที่ยกฟ้อง และคดีที่ยกคำร้อง มีดังนี้

คดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ที่มีการกล่าวหา คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (นามสกุลขณะนั้น และเป็นภริยานายทักษิณ) และนายทักษิณ ในการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก จำนวน 33 ไร่ 78 ตร.ว. ราคา 772 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาสถาบันระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2551

ก่อนศาลฎีกาฯ จะตัดสินโทษนายทักษิณ ไม่มารับฟังคำตัดสินและได้หลบหนีออกนอกประเทศโดยอ้างว่าเดินทางไปดูการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศจีน ศาลฎีกาฯ จึงอ่านคำพิพากษาลับหลัง สั่งตัดสินจำคุกนายทักษิณ 2 ปี และออกหมายจับ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2551 เพื่อให้นำตัวมาบังคับตามคำพิพากษา คดีดังกล่าวหมดอายุความแล้ว

คดีกล่าวหานายทักษิณ อนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าไปบริหารจัดการแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TPI ต่อมา ศาลฎีกาฯ ได้ยกฟ้อง จากนั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้เป็นโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ยืนยกฟ้องตามเดิม

คดีธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร วงเงิน 11,585 ล้านบาท ศาลฎีกาฯ ตัดสินยกฟ้องนายทักษิณ จำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้สั่งการคือ นายทักษิณ พร้อมทั้งเพิกถอนหมายจับในคดีนี้ ขณะที่จำเลย คนอื่นๆ ถูกตัดสินจำคุกรวมกว่า 860 ปี

คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อีก 4 สัญญา สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือคดีข้าวจีทูจีล็อต 2 โดย ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหานายทักษิณเพิ่มเติมว่ามีบทบาทและอยู่เบื้องหลังในการสั่งการให้มีโครงการระบายข้าวจีทูจี โดยอ้างหลักฐานเป็นการสนทนาผ่านวิดีโอลิงก์ ที่โรงแรม เอส.ซี.ปาร์ค แต่เมื่อเดือน ธ.ค.2565 สำนักงาน ป.ป.ช. มีมติไม่ชี้มูลความผิดนายทักษิณ และยกคำร้อง

คดีกล่าวหานายทักษิณกับพวกอนุมัติสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส แบบ A340-500 และ A340-600 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระหว่างปี 2545-2547 ทำให้การบินไทยมีหนี้สิน เพิ่มมากขึ้น ล่าสุด ป.ป.ช.มีมติไม่ชี้มูลความผิดนายทักษิณ และ ยกคำร้อง

นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 คดีคือ คดีกองทัพบก ยื่นฟ้องนายทักษิณ หมิ่นประมาท กรณีเมื่อวันที่ 19-20 พ.ค.2558 ซึ่งได้มีการเผยแพร่คำสัมภาษณ์ของนายทักษิณจากประเทศเกาหลีใต้ เกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองและการยึดอำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งกระทบถึงกองทัพบก

คดีนี้ศาลอาญาออกหมายจับนายทักษิณ เนื่องจากไม่มาศาล เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2558 และจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว หากได้ตัวมาดำเนินคดีแล้วจะขอรื้อคดีขึ้นมาใหม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน