วรรณคดีเรื่องหนึ่งที่หลายคนคุ้นเคยกันดีคือ “มหาชาติ”
เรื่องมหาชาติเป็นที่นิยมของคนไทยอย่างแพร่หลายมาช้านาน นอกจากในวรรณคดีภาคกลางซึ่งมีผู้แต่งไว้อีกหลายสำนวนในสมัย ต่อมาแล้ว ยังปรากฏสำนวนต่างๆ ในวรรณคดีท้องถิ่นอีกด้วย ชวนทุกคนไปดูกันว่านอกจากภาคกลางแล้วภาคอื่นๆ ของไทยเกี่ยวข้องกับวรรณคดีเล่มนี้อย่างไรบ้าง
สำหรับในล้านนา พบเรื่อง “มหาชาติ” กว่า 120 สำนวน แต่งขึ้นในยุคสมัยที่แตกต่างกัน
กัณฑ์ที่มีผู้นิยมแต่งเพิ่มเติมและแก้ไขสำนวนมากที่สุด ได้แก่ กัณฑ์ชูชก กุมาร มัทรี มหาราช และนครกัณฑ์
มหาชาติสำนวนที่นิยมเทศน์ ได้แก่ สำนวนไม้ไผ่แจ้เรียวแดง (สันนิษฐานว่าเป็นวรรณคดีในสมัยอยุธยา), สำนวนพระยาพื้น (พระยาปัญญาพิทธาจารย์หรือพระยาพื้น ชำระในสมัยรัตนโกสินทร์), สำนวนอินทร์ลงเหลา (สันนิษฐานว่าแต่งขึ้นใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ คล้ายกับสำนวนพระยาพื้น)
ส่วนสำนวนที่พิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาไทยกลาง ได้แก่ สำนวนสร้อยสังกร (พระอุบาลีคุณูปมาจารย์-ฟู อตุตสิโว ตรวจชำระเมื่อ พ.ศ.2503) และมหาเวสสันดรชาดกชุดสร้อยรวมธรรม (นายอินสม ไซยซมภู รวบรวมและปรับเปลี่ยนมาจากสำนวนอื่นๆ) (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ, 2542:5010-5012)
ภาคอีสาน “มหาชาติ” เป็นวรรณคดีที่ใช้ในพิธีกรรม “บุญพระเวสส์” เช่น ลำมหาชาติ สันนิษฐานว่ามหาชาติอีสานน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากมหาชาติฉบับของล้านช้าง

เพราะรับวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำโขงและพิธีกรรมบุญพระเวสส์ก็มีลักษณะเช่นเดียวกับของอาณาจักรล้านช้างโบราณ เนื้อหาของมหาชาติอีสานเหมือนกับของภาคกลาง
แต่การเทศน์ต่างกัน คือก่อนเริ่มเทศน์มหาชาติ จะเทศน์พระมาลัยหมื่น (พระมาลัยไปสวรรค์) มาลัยแสน (พระมาลัยเล่าเรื่องบาปบุญ และแนะให้ฟังเทศน์มหาชาติเพื่อจะได้เกิดในศาสนาพระศรีอาริย์)
มหาชาติอีสานที่รู้จักกันดีคือฉบับของ ส. ธรรมภักดี และยังมีมหาชาติโคราช แต่งเป็นร่ายยาวใช้เทศน์ในเมืองและจังหวัดใกล้เคียง นิยมสัมผัสอักษรเล่นอักษร และล้อคำ เหมาะแก่การเล่นเสียงและเอื้อนทอดเสียงเวลาเทศน์ (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน, 2542:3488,3491,3494)
ภาคใต้ มีมหาชาติฉบับท้องถิ่นหลายสำนวน เช่น พระมหาชาดกคำกาพย์ ฉบับวัดมัชฌิมาวาส (ฉบับภัทรคีพิพิธภัณฑ์ วัดมัชฌิมาวาส สงขลา), พระมหาชาดก ฉบับสถาบันทักษิณคดีศึกษา, พระเวสสันดรชาดก ฉบับโรงเรียนสตรีพัทลุง, มหาเวสสันดรชาดกคำกาพย์ กัณฑ์หิมพานต์ ฉบับศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช, พระเวสสันดรคำกาพย์ ฉบับอำเภอท่าชนะ สุราษฎร์ธานี (สันนิษฐานว่าแต่งในสมัยรัชกาลที่ 3) และเรื่องมหาชาติทรงเครื่อง ซึ่งเป็นการเทศน์โดยพระนักเทศน์และมีชาวบ้านที่เป็นนักแสดง เช่น โนรา ลิเก มาร่วมแสดงบทบาทสมมติประกอบการเทศน์ (สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคใต้, 2542:4876-4877)
เรียกได้ว่าเป็นวรรณคดีอีกเรื่องหนึ่งที่สอดแทรกอยู่ในวัฒนธรรม ความเชื่อของผู้คนในหลากหลายพื้นที่ สะท้อนให้เราเห็นความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันระหว่างผู้คน วัฒนธรรม ความเชื่อและวรรณกรรมวรรณคดีได้เป็นอย่างดี
อ่านประวัติวรรณคดีไทย ที่เรียบเรียงข้อมูลอย่างสมบูรณ์ใน “ประวัติวรรณคดีไทย ฉบับมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา”
คลิกเลย https://bit.ly/3OmpapT