กระทรวงวัฒนธรรม จัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2566 โดย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เป็นประธาน พร้อมมอบรางวัลให้ผู้มีความรู้ความสามารถด้านภาษาไทย ได้แก่ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น ผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย รางวัลเพชรในเพลง รางวัลส่งเสริมการใช้ภาษาไทย และรางวัลการประกวดสื่อสร้างสรรค์ หัวข้อ “มนต์รักษ์ภาษาไทย” ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

นายอิทธิพลกล่าวว่า เนื่องในวันที่ 29 ก.ค. ของทุกปีตรงกับวันภาษาไทยแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมจัดงานวันภาษาไทย แห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้คนไทยรู้รักภาษาไทย ตระหนักถึงความสำคัญ และคุณค่าของภาษาไทยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ ทั้งยังเป็นการ ส่งเสริมการสร้างต้นแบบที่ดีในการใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง เหมาะสมและภูมิใจในความ เป็นไทย

ศ.กิตติคุณอัจฉรา ชีวพันธ์ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ปี พ.ศ.2566 กล่าวว่าห่วงใยการใช้ภาษาไทยในปัจจุบันซึ่งมีการใช้ภาษาค่อนข้างผิดเพี้ยนไปมาก ขาดการออกเสียงควบกล้ำ เช่น คำว่า เครียด ก็พูด เคียด เคยถามนิสิตจุฬาฯ ว่า ทำไมไม่พูดให้ตรงตัวสะกด ได้รับคำตอบว่าถ้าพูดให้มีคำควบกล้ำเพื่อนจะบอกว่าดัดจริตและกลัวจะเข้ากลุ่มไม่ได้ เพราะการเข้ากลุ่มต้องมีการบัญญัติศัพท์เฉพาะกลุ่ม ในฐานะครูภาษาไทยต้องคอยสอดส่องดูแลการใช้ภาษาของคนทุกยุค พยายามตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงของภาษาที่มีการบัญญัติใหม่ให้น่ารักก็มีมาก เช่น รถไฟฟ้าสายสีเหลือง เรียกว่า รถไฟฟ้าสายเก๊กฮวย แต่เมื่อบางคำบัญญัติแล้วเกิดความ สูญเสียกับภาษาไทย เมื่อเห็นว่าไม่น่ารักก็ควรจะสะกิดให้ใช้ให้ถูก การสื่อสารภาษาไทย ในหนึ่งคำมีหลายความหมาย จึงต้องดูบริบทของคำด้วย เราเป็นคนไทย การมีภาษาประจำชาติ มีภาษาของตนเองเป็นสิ่งที่แสดงถึงเอกราช เราควรภาคภูมิใจให้มาก ขอฝากไปยังครูภาษาไทย ควรสอนให้เด็กและเยาวชนเรียนรู้ รู้จัก เข้าใจภาษาไทยอย่างเป็นรูปธรรมไม่ใช่แค่การจดจำ อีกทั้งต้องรักษา ส่งเสริม และสืบสานภาษาไทยให้อยู่คู่ชาติไทย

“การใช้ภาษาในภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ ยุคนี้ มีการใช้คำหยาบคายและใช้ภาษา ไม่เหมาะสมมาก อยากฝากหน่วยงานที่ดูแล ต้องเพิ่มมาตรฐานการตรวจพิจารณาและจี้ให้ผู้ผลิต ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์ให้เข้มข้น ไม่ควรใส่เกียร์ว่าง เพราะจะทำให้ภาษาไทยเสื่อมเสียผิดเพี้ยนไปได้” ศ.กิตติคุณอัจฉรากล่าว

ด้าน รศ.อิงอร สุพันธุ์วณิช ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ปี พ.ศ.2566 กล่าวว่าตนเป็นครูภาษาไทยที่ค่อนข้างทันสมัยและรับได้กับการปรับเปลี่ยนภาษาไทยอย่างสร้างสรรค์ เพราะไม่ได้เป็นภาษาที่เชยตลอดชีวิต การใช้ภาษาใหม่ๆ บัญญัติศัพท์ใหม่หรือศัพท์สแลง อาทิ คำว่า สู่ขิต ตุย ที่ให้ความหมายว่าตาย สามารถนำมาใช้ได้ในภาษาพูด แต่ไม่ควรนำมาใช้ในภาษาเขียน ที่น่ากังกลคือภาษาที่ใช้สื่อสารในโลกออนไลน์และภาษาของบุคคลสาธารณะในสื่อต่างๆ มักมีการนำภาษาไทยมาใช้ร่วมกับคำหยาบคาย ถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะภาษาแสดงให้เห็นถึงการอบรมจากพ่อแม่ เหล่าตระกูล สะท้อนมายังตัวผู้ใช้ หากใช้คำไม่เหมาะสมก็แปลว่าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอง หรือได้รับการสอนมาแล้วผู้ใช้ไม่จดจำ และยังสะท้อนไปถึงวุฒิปัญญาของผู้ใช้ภาษาด้วย

“สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้ต้องรู้จักกาล คือ ต้องรู้เวลา เทศะ คือ สถานที่และโอกาสในการใช้ในรูปแบบทางการหรือไม่เป็นทางการ และบุคคล คือ เราจะใช้กับใคร จึงฝากไปยังสื่อมวลชน พิธีกร ศิลปิน ดารา ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการใช้ภาษาไทยให้ผู้ชม ผู้ฟัง ควรพูดให้ชัดเจนถูกต้อง เหมาะสม น่าฟัง และอย่าลืมว่าการพูดอะไรออกมานั้นคำพูดจะมัดสมองของผู้ใช้” รศ.อิงอรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน