สูตรตั้งรัฐบาล 265 เสียงของพรรคเพื่อไทย ที่จะดึงพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนมาเติมเสียง

โดยไม่มีพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มาร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคก้าวไกลก็ไปเป็นฝ่ายค้าน

สูตรนี้จะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ จะลดแรงเสียดทานได้แค่ไหน

นายวันวิชิต บุญโปร่ง คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า สูตรตั้งรัฐบาล 265 เสียงของพรรคเพื่อไทย สูตรนี้จะคลี่คลายความขัดแย้งและการจัดสรรเก้าอี้ ครม.ก็คงไม่ยุ่งยากจนเกินไป ในแง่หนึ่งจะเป็นประโยชน์ของเพื่อไทยที่จะทำนโยบายเศรษฐกิจแบบครบวงจรได้ ไม่ต้องแบ่งกระทรวงที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจให้พรรคอื่น

แต่เหมือนจินตนาการบนทุ่งลาเวนเดอร์ เพราะในแง่ความเป็นจริงจะมีหลักประกันอะไรว่าเพื่อไทยจะรักษาอำนาจทุกอย่างที่ตกลงไว้กับพรรคก้าวไกล หรือแอบมีดีลลับกับพรรคอื่นหรือไม่ หากใช้สูตรนี้เพื่อไทยต้องยืนยันและมีสัตยาบันชัดเจนตรงไป ตรงมา ก็จะปลดล็อกความไม่เชื่อมั่นได้

หากตั้งรัฐบาลสูตรนี้ได้ไม่จำเป็นต้องพึ่ง สว. ถ้ามีข้อบันทึกความตกลงที่ชัดเจนเสียงจะทะลุ 400 เสียงได้สบายๆ หลัง จากนี้ต้องดูว่าสูตรนี้จะนำไปสู่การบังคับใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะ 265 เป็นตัวเลขที่เกินมาไม่มาก เป็นได้หรือไม่ว่าอาจ มีปฏิบัติการย้ายหรือดูด แต่หากสูตรนี้ขับเคลื่อนได้จริงก็จะทำให้ทุกขั้วการเมืองคลี่คลายได้

โดยเฉพาะพรรคในขั้วอนุรักษนิยมที่ไม่ไว้วางใจบทบาทของพรรคก้าวไกลก็จะรับได้ กลับกันในพรรคเสรีนิยม อย่างพรรคก้าวไกลที่มีพันธกิจหลักคือการปิดสวิตช์ 3 ป.ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย นำไปใช้ในทางการเมือง เช่น หาเสียงได้ ในแง่ความเป็นจริงต้องดูพรรคเพื่อไทยว่าจะพูดเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาอย่างไร

ผมมองว่าแรงต้านจากฝ่ายเสรีนิยมจะน้อยลง เพราะมองแล้วเพื่อไทยจะไม่บิดพลิ้วในแง่การข้ามขั้ว ขณะเดียวกันมวลชนก็ยังพอรับได้ว่าพรรคฝั่งเสรีนิยมขึ้นมาปกครองประเทศ รวมถึงกองเชียร์คนเสื้อแดงที่ยังรักพรรคเพื่อไทย ก็คงออกมาเป็นแนวร่วมและออกมาสนับสนุนแนวทางตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เพราะอุดมการณ์ไม่ได้ถูกบิดเบือนในแง่ของความรู้สึกว่า ถูกทรยศ หักหลัง ถือเป็นการสิ้นสุดเชิงสัญลักษณ์ของ 3 ป. แม้ว่าในเครืออิทธิพลของ 3 ป. ยังมีอยู่มากพอสมควร แต่ในแง่ทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์ถือว่าเป็นความสำเร็จของขั้วเสรีนิยมที่ปิดสวิตช์ 3 ป.ได้

แน่นอนหากพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล เพื่อไทยต้องถูกถล่มที่ไม่ได้จับมือไปด้วยกัน เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ความเป็นปึกแผ่น ความมั่นคงของตัวเลขรัฐบาล แต่ยังมองว่าม็อบยังเข้มแข็งไม่เพียงพอ เพราะปัจจัยหลักคือเพื่อไทยยังไม่ทิ้งขั้วอย่างตรงไปตรงมา

ในแง่ความเป็นจริง ตัวเลข 265 เสียงตั้งรัฐบาลได้ เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้บังคับให้รัฐมนตรีต้องลาออกจากการเป็น สส. เหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 แต่เพื่อความสบายใจผู้ดำรงตำแหน่งในครม. จะลาออกเพื่อเลื่อนลำดับ สส.บัญชีรายชื่อมาแทนก็จะหายใจได้คล่องคอมากขึ้น เพราะสามารถขยับขยายได้อีกหลายสิบคน

ส่วนจะอยู่ครบวาระ 4 ปีหรือไม่ เป็นโจทย์หนัก เพราะเมื่อเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็จะถูกกดดันจากพรรคก้าวไกล เรื่องปฏิรูป การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นส่วนสำคัญที่ทุกพรรคมั่นใจว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปการเมือง แต่ก็อยากให้จับตาดูว่าสูตร 265 จะใช้ จริงหรือไม่มากกว่า

นายสติธร ธนานิธิโชติ ผอ.นักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สูตรตั้งรัฐบาล 265 เสียงมีความเป็นไปได้ แต่ต้องถามภูมิใจไทยด้วยว่าจะกล้าร่วมด้วย หรือเปล่า เพราะเป็นสูตรต้องใช้พรรคก้าวไกลร่วมโหวตด้วย จึงจะสำเร็จ อีกทั้งตัวแปรหนึ่งอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยด้วย อย่าลืม พรรค 2 ลุง เขาลงทุนไว้เยอะคงไม่อยากเป็นฝ่ายค้านแน่ๆ โดยเฉพาะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่แต่งตัวรอเป็น รัฐบาลแล้ว และยังให้น้องชายมารอแล้วด้วย

265 เสียงตั้งรัฐบาลเป็นตัวเลขที่ได้อยู่ แรงต้านก็คงไม่มีมากเท่าไรถ้าไม่มีลุง และถ้าพรรคก้าวไกลยอมโหวตให้แล้วเป็น ฝ่ายค้านก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนเอง จึงเชื่อว่าจะไม่มีแรงต้านจากผู้สนับสนุนฝ่ายนี้

แต่แรงต้านจะไปอยู่ฝ่ายลุง ซึ่งไม่ใช่แรงต้านในการตั้งรัฐบาลแต่จะต้านกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯกลับบ้าน ถ้าใช้สูตรนี้แล้วนายทักษิณกลับมาเชื่อว่าม็อบฝ่ายลุงมาแน่ แต่ถ้ากลับบ้านแล้วนำลุงมาร่วมรัฐบาลด้วยอาจราบรื่น แต่ก็จะเจอกับม็อบส้มกับแดง

ถ้าก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านแรงต้านคงไม่มากเท่าการข้ามขั้วไปจับมือตั้งรัฐบาลกับ 2 ลุง แฟนคลับอาจโกรธแค่นิดหน่อยและจะรับได้ ต้องดูที่จุดยืนพรรคก้าวไกลว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องโหวตให้เพื่อไทยเป็นรัฐบาล เพื่อเอาลุงออกไป

สูตร 265 เสียงไม่มีลุง ก้าวไกลโหวตให้โดยไม่ต้องใช้เสียงสว. แต่นายทักษิณอาจยังไม่ได้กลับบ้าน และถ้าภูมิใจไทยตั้งแง่เพราะระแวงจะดึงก้าวไกลมาเสียบภายหลัง สูตรนี้ก็ไม่เกิดแม้ว่าตัวเลขจะเป็นไปได้ อีกทั้งถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วปรับครม.ดึงก้าวไกลมาเสียบ ถ้าเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเสียง ทำให้ภูมิใจไทยไม่มั่นใจ เข้าใจว่าแม้สูตรนี้จะใช้ได้แต่เชื่อว่าไม่จบในสูตรนี้แน่

แต่หากตั้งรัฐบาล 265 เสียง รัฐบาลอาจอยู่นานก็ได้ เพราะแม้เกินครึ่งมานิดเดียวแต่ฝ่ายค้านที่มีก้าวไกล 151 เสียง และอีก 2 ลุง น่าจะไม่มีเอกภาพเพราะเป็นฝ่ายค้านที่ต่างคนต่างค้าน อีกทั้งการโหวตกฎหมายสำคัญๆ ก้าวไกลอาจเห็นด้วย เพราะก้าวไกลค้านก็ค้านแบบมีเหตุมีผล

ด้าน นายสุเชาวน์ มีหนองหว้า คณะมนุษยศาสตร์และสังคม มรภ.อุบลราชธานี กล่าวว่า สูตรรัฐบาล 265 เสียง เป็นความพยายามที่จะรองรับการกลับมาของนายทักษิณ เมื่อสลัดพรรคก้าวไกลออก เพื่อไทยจึงเชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนมากขึ้นจากสว.ตัวตึง

สูตรรัฐบาล 265 เสียงจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน อยู่นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เบื้องต้นถ้าเพื่อไทยมั่นใจการประสานหรือดีลพรรคมาร่วมรัฐบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้สว.มาสนับสนุนได้ก็คงจะเดินไปข้างหน้า

ส่วนอนาคตเมื่อตั้งรัฐบาลแล้ว รัฐบาลบริหารได้ยืนยาวแค่ไหนต้องรอดูอีกครั้ง เนื่องจากองค์ประกอบรัฐบาล 265 เสียง ย่อมมีแรงเสียดทานทั้งจากพรรคก้าวไกล และกระแสความ คาดหวังต่อพรรคเพื่อไทยที่จะไม่ทิ้งพรรคก้าวไกล จึงน่าห่วงความยั่งยืนของรัฐบาล

รวมถึงกระแสสังคมที่มีต่อภาพการตั้งรัฐบาลล่าสุด และกลุ่มอนุรักษ์จะเชื่อมั่นกับเสียง 265 เสียงที่ตั้งขึ้นมาแค่ไหน ต้องนำมาพิจารณา และหากพรรคพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านคงเป็นที่จับตามองเรื่องการตรวจสอบรัฐบาล

พรรคก้าวไกลมียุทธศาสตร์ตั้งรับว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร และเป็นฝ่ายค้านจะทำอะไร ที่ผ่านมาได้เห็นบทบาทการเป็นฝ่ายตรวจสอบอย่างมีคุณภาพซึ่งเป็นจุดแข็งของพรรคก้าวไกล

สูตรรัฐบาลที่ไม่มีพรรคของ 2 ลุงเข้ามาร่วม พรรคเพื่อไทยคงชั่งน้ำหนักเรื่องนี้พอสมควร เบื้องต้นคือทำอย่างไรก็ตาม เพื่อให้รวบรวมเสียงตั้งรัฐบาลให้ได้ ส่วนปัญหาในอนาคตจะลดแรงต้านของสังคมอย่างไร เพื่อไทยคงมีแผนรองรับหาก ไม่เอาก้าวไกลต้องตอบสังคมอย่างไร แต่เมื่อไม่มีพรรค 2 ลุง กระแสสังคมโดยเฉพาะแฟนคลับก้าวไกล และฝ่ายพันธมิตร 8 พรรค อาจลดความร้อนแรงทางการเมืองได้ระดับหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน