วันที่ 3 ส.ค. เอพีและบีบีซีรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติในเอเชีย หลังพายุ “ไต้ฝุ่นขนุน” พัดถล่มจังหวัดโอกินาวา ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อ 2 ส.ค. อิทธิพลของพายุซึ่งมีความรุนแรงที่ความเร็วลมสูงสุด 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง อาคารบ้านเรือนเกือบ 220,000 หลัง หรือกว่า 1 ใน 3 ของทั้งจังหวัดประสบปัญหาไฟฟ้าดับ มีรายงานพบผู้ได้รับ บาดเจ็บแล้ว 41 คน ในจำนวนนี้ 3 คนมีอาการสาหัส นอกจากนี้ยังพบชายชราวัย 90 ปีอยู่ใต้ซากปรักหักพังของโรงรถในหมู่บ้านโองิมิ และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนว่าการตายของชายชราเกี่ยวข้องกับผลกระทบจากพายุหรือไม่
ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นแถลงคาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 200 มิลลิเมตรท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายภายหลังพายุเปลี่ยนทิศทางจากเดิมที่จะเคลื่อนตัวขึ้นชายฝั่งของจีน แต่หวนมุ่งหน้าเข้าสู่แผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น ก่อนหน้านี้ทางการประกาศแนะนำให้ประชาชนกว่า 20,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยเร่งอพยพ และท่าอากาศยานนาฮะในโอกินาวาแถลงยกเลิกเที่ยวบินเกือบ 900 เที่ยวบิน ด้านผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่มีความถี่บ่อยขึ้นและทวีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากภาวะโลกร้อน พายุขนุนตามหลังไต้ฝุ่นอีก 2 ลูกมาติดๆ คือพายุตาลิมและทกซูรี ซึ่งเป็นระดับซูเปอร์สตอร์ม พัดถล่มฟิลิปปินส์และไต้หวันจนมีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 30 รายในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
วันเดียวกัน ซินหัวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในจีนซึ่งมีผู้เสียชีวิตทั่วประเทศอย่างน้อย 34 รายว่า ฝ่ายจัดตั้งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (ซีพีซี) แถลงว่าจัดสรรเงินกว่า 211 ล้านบาทที่มาจากค่าธรรมเนียมพรรคจากสมาชิก เพื่อเร่งงเยียวยาผู้ประสบภัยในกรุงปักกิ่ง นครเทียนจิน และมณฑลเหอเป่ย พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันน้ำท่วม รวมถึงรับประกันความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน