ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ “รับน้อง” เศรษฐา ทวีสิน เปิดประเด็นภาษีจากการขายที่ดินให้แสนสิริ แม้อันที่จริง เป็นเรื่องทางฝั่งผู้ขาย และเป็นการ “วางแผนภาษี” ที่คนรวยทั้งหลาย-ใครๆ ก็ทำ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แต่นี่เป็นสัญลักษณ์ว่า รัฐบาลเพื่อไทยถ้าจัดตั้งได้ จะไม่มีคำว่า “ฮันนีมูน” แม้แต่นาทีเดียว

นั่นต้องดูด้วยว่า ใครจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ถ้ามีรวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ ก็อาการหนักตั้งแต่แรก กระนั้นแค่ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ที่เคยจับมือตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จนตามมาด้วยม็อบเสื้อแดง 99 ศพปี 53 ก็โดนร้องยี้จากคนที่เคยสู้ด้วยกัน “สู้มาก่อน”

ยังดีนะเพื่อไทยยัง “กินบุญเก่า” แกนนำม็อบ นักเคลื่อนไหว อย่าง บก.ลายจุด อย่างแกนนำราษฎร อย่างน้อยก็เคยร่วมสู้กันมาก่อน

แต่ไม่ใช่เด็กรุ่นใหม่อย่าง “ทะลุวัง” ที่ไม่เคยผูกพัน ไม่แยแสใคร

ท่ามกลางจักรวาลคู่ขนานที่ FC มองว่าเพื่อไทยคือผู้เสียสละ หวังแก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาปากท้องประชาชน จนถูกก่นด่าทั้งแผ่นดิน ขณะที่คนอีกส่วนมองว่า “เพื่อไทยการละคร”

พรรคเพื่อไทยกำลังจะตกในวังวนเดิม คือถูกต่อต้าน ถูกเกลียดชังจากคนชั้นกลางในเมือง เหมือนสมัยพันธมิตรนกหวีด แต่ยิ่งกว่า เพราะครั้งนี้จะเผชิญทั้ง “สลิ่มเฟสสอง” อดีตพันธมิตรนกหวีดที่ยังเกลียดทักษิณ คนรุ่นใหม่ คนชั้นกลางที่ต้องการยกเพดานประชาธิปไตย และคนเสื้อแดงกลายเป็นส้ม ซึ่งจะยิ่งมองว่า “สู้ไปกราบไป”

คนส่วนหลังมีเยอะนะครับ คนเสื้อแดงที่ใส่เสื้อ “ความจริงวันนี้” ไปม็อบสามนิ้ว 63-65 แล้วเปลี่ยนมาเลือกก้าวไกล โดยไม่ใช่เกลียดเพื่อไทย ยังรักผูกพันเหมือนเพื่อนเก่า แค่ต้องการเพดานที่สูงกว่า ยังถือว่าตัวเองเป็นเสื้อแดงแม้เลือกส้ม

คนกลุ่มนี้คือคนที่โกรธและผิดหวังรุนแรงที่สุด ในขณะที่แกนนำพรรคบางคนหรือพวกแบกพรรคมองข้าม เห็นว่าคนด่าประณามคือคนไม่เลือกอยู่แล้ว

คนไม่เลือกแต่เคยเลือก เคยต่อสู้ร่วมกัน เคยปกป้องหลักการประชาธิปไตย นี่แหละพลังสำคัญที่ช่วยปกป้องเพื่อไทย แม้แต่ “คนชั้นกลางในเมือง” สื่อ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว ที่ข้ามไปร่วมก่อตั้งหรือสนับสนุนพรรคก้าวไกล ก็เป็น “บอดี้การ์ด ทางหลักการ” ให้เพื่อไทยตลอดมา

แล้วถ้าหันไปดูคนเลือก 10.9 ล้าน ก็แน่ใจนะว่า เขาเห็นด้วยกับการตัดสินใจ คนจำนวนไม่น้อยผูกพันทั้งสองพรรค แต่ลังเลเพราะ “เลือกเชิงยุทธศาสตร์” หรือผูกพันกับ สส. เพื่อไทยมากกว่าผู้สมัครก้าวไกลหน้าใหม่ ถ้าบอกตั้งแต่แรกว่าจะตั้งรัฐบาลข้ามขั้วสลายขั้วเอาใจอำนาจ แน่ใจนะว่าเขาเลือก

เพื่อไทยคงคิดว่ายังมีเวลาสร้างผลงาน แก้ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นรัฐบาลแล้วจะมีมติ ครม.ให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างทันที

แบบที่ FC ในจักรวาลคู่ขนานกล่าวนั่นแหละว่า พิธาไม่ได้เป็นนายกฯ เพราะ สว. องค์กรอิสระ เพื่อไทยจะแก้รัฐธรรมนูญให้แล้วไง

แก้กับใคร ภูมิใจไทย? ประชาธิปัตย์? พลังประชารัฐ? เป็นรัฐบาลที่ต้องสยบยอมอำนาจอนุรักษ์ ใครเขาให้คุณแก้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย

ตลกร้าย ยังแถลงนโยบายก้าวไกลใน MOU ที่ฉีกไปแล้ว ปฏิรูประบบราชการ ตำรวจ กองทัพ กระบวนการยุติธรรม เปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นสมัครใจ กระจายอำนาจ ยกเลิกการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม

รัฐธรรมนูญ 60 ที่งอกมาจาก 50,40 ไม่ใช่แก้ได้ง่ายๆ เพราะมันฝังลึกอุดมการณ์อนุรักษนิยม เช่น หมวดสิทธิเสรีภาพ เต็มไปด้วยคำว่า ไม่กระทบความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

อำนาจ สว. องค์กรอิสระ คุณสมบัติจุกจิกความผิดยิบย่อย ที่ใช้เล่นงานนักการเมือง หุ้นสื่อ เคยติดคุก รุกป่า (ทั้งที่คดีอาญายังไม่ถึงที่สุด) เสียบบัตรแทนกัน หรือแค่ติดคุกข้ามวันไม่ได้ประกันตกเก้าอี้ สส.

เหล่านี้ต้องใช้พลังชอบธรรมของรัฐบาลประชาชน 26 ล้านเสียงเข้าไปรื้อล้าง ไม่ใช่เพื่อไทยทำไปผงกหัวไป ต่อให้จริงใจก็จะเป็นแค่พิธีกรรม

มันต้องผ่านการรณรงค์อย่างเข้มข้น ประชาชนฮือร่วม ตามวิถีก้าวไกล จึงล้างโครงสร้างรัฐธรรมนูญได้

แต่ก้าวไกลก็อาจโดนยุบพรรคก่อน ขณะที่เพื่อไทยเป็นรัฐบาล แล้วใครจะเป็นเป้าความโกรธของมวลชน?

Scenario เลวร้ายที่สุดสำหรับรัฐบาลเพื่อไทยผสมพันธุ์ยี้คือ ถูกคนชั้นกลางในเมือง “สลิ่มเฟสสอง” ชี้หน้าว่าทุจริต เลวชั่วโกงเหมือนอดีต ขณะที่ความชอบธรรมทางประชาธิปไตยติดลบ คนชั้นกลางฝ่ายประชาธิปไตย คนเสื้อแดงที่เป็นส้มก็เหนื่อยหน่าย

สุดท้ายอาจถูกรัฐประหาร โดยครั้งนี้ จะไม่เหลือข้ออ้างเป็นผู้ถูกกระทำ แม้ฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกันต้องปกป้องไม่ให้เกิดรัฐประหาร

เพราะรัฐประหารครั้งหน้าจะปล่อยเพื่อไทยกลับบ้าน จับฝ่ายค้านก้าวไกลเข้าคุกแทน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน