วัดสังเวชวิศยาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ ประกอบพิธีสมโภชพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว และเสาอโศกมหาราช ความสูง 6.50 เมตร โดยบวงสรวงสักการะ และพระสงฆ์ 89 รูปเจริญพระพุทธมนต์

กล่าวสำหรับ “เสาอโศก” เป็นเสาหินโบราณที่สร้างโดยพระเจ้าอโศกมหาราช พระมหาจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมารยะ ที่ปกครองอนุทวีปอินเดียในช่วงยุคพุทธศตวรรษที่ 4 ทรงสร้างเสาหินทรายขึ้นเพื่อถวายเป็นราช สักการบูชาแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ เพื่อระบุสถานที่ตั้งของสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา

ส่วนพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาเป็นพระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ขวายกขึ้นจีบนิ้วพระหัตถ์เป็นวงกลม เป็นเครื่องหมายธรรมจักร พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา (ตัก) บางแบบพระหัตถ์ซ้ายประคองพระหัตถ์ขวา หรือพระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นถือชายจีวร

ทั้งนี้ พระเทพเวที (พล อาภากโร) เจ้าอาวาสวัดสังเวชวิศยาราม และเจ้าคณะภาค 6 กล่าวว่า พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา และเสาอโศกมหาราช พระครูพิพัฒน์กิจสุนทร (ชำนิ ฐิตวังโส) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุสบแสด จ.ลำปาง และคณะศิษยานุศิษย์ ร่วมกันสร้างขึ้นเพื่อนำมาประดิษฐานที่วัดสังเวชฯ เป็นการสื่อถึงการเป็นวัดตื่นรู้ ตามชื่อของวัดสังเวชฯ ซึ่งเป็นชื่อที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนามวัด ที่จากเดิมวัดแห่งนี้เคยชื่อวัดสามจีนและวัดบางลำพู ตามลำดับ ซึ่งตามชื่อสังเวชในความหมายของชื่อวัดนี้นั้น หมายถึงการกระตุ้นเตือน ตื่นรู้ ไม่ได้หมายถึงความเศร้า ความเหงา แต่อย่างใด ดังนั้นจึงต้องการที่จะพัฒนาวัดสังเวชฯ ให้เป็นวัดแห่งการตื่นรู้ และหากใครไม่สามารถเดินทางไปกราบไหว้เสาอโศก ที่ประเทศอินเดีย ก็สามารถเดินทางมากราบไหว้ที่วัดสังเวชฯ ได้

วัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นพระอารามหลวงเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์มายาวนานมาตั้งแต่สมัย กรุงศรีอยุธยาตอนปลาย เดิมชื่อว่าวัดสามจีนเหนือ และต่อมาเรียกชื่อวัดบางลำพู ตั้งอยู่ ทางเชื่อมระหว่างถนนพระอาทิตย์กับถนนสามเสน เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร และยังเป็นพระอารามที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นวัดในพระบรมราชูปถัมภ์มาตั้งแต่รัชกาลที่ 1
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อจากวัดบางลำพูว่า “วัดสังเวชวิศยาราม”

นอกจากเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานแล้ว สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้ทรงคุณด้านวิชชาอาคม ขณะเป็นสามเณรก็ได้จำพรรษาอยู่วัดสังเวชวิศยารามวรวิหาร
ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ช่วงหนึ่งได้รับการบันทึกว่า… “เมื่ออายุครบ 12 ปี บริบูรณ์ ตรงกับปีวอก พ.ศ.2342 เด็กชายโตได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยมีพระบวรวิริยเถร (อยู่) เจ้าอาวาสวัดบางลำพู (วัดสังเวชวิศยาราม ปัจจุบัน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นสามเณรอยู่ที่วัดสังเวชวิศยารามมาก่อน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่วัดระฆังโฆสิตาราม”
ยังมีพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่หลายท่านที่เคยอยู่วัดแห่งนี้

พระเทพเวทีกล่าวต่อไปว่า วัดสังเวชฯ ถือเป็นพระอารามหลวงใจกลางเมือง ที่ผ่านมาได้ปรับปรุงพัฒนาวัด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ต้องการจะเดินทางมาที่วัด และขณะนี้มีความพร้อมแล้ว ดังนั้นจากนี้ไปจะเปิดวัดให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เข้ามา กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของ “หลวงพ่อบางลำพู” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ลงรักปิดทอง ฝีมือช่างสมัยทวารวดี ขนาดสูง 3 เมตร หน้าตักกว้าง 4.35 เมตร ขณะที่ภายในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อรวยทรัพย์