ไปร่วมไล่ล่าตามความฝันกับหนุ่มฮอต หวังอี้ป๋อ ในงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ “สเต็ปกล้าท้าฝัน One and Only”
เมื่อความฝันของชายคนหนึ่งเริ่มต้น เฉินซั่ว (หวังอี้ป๋อ) ผู้ที่เต้นสตรีตแดนซ์ เพื่อหาเลี้ยงชีพ ได้พบกับ ติงเหลย (หวงป๋อ) โค้ชที่ดีที่สุดของเขา และเข้าร่วมชมรมเต้นสตรีตแดนซ์ นักเต้นในชมรมล้วนมีความถนัดที่แตกต่างกัน พวกเขาจึงมีประกายไฟฝันที่แตกต่างกัน

เฉินซั่วกำลังรวมเข้ากับทีม เอ็กซ์คลาเมชั่น พ้อยต์ เพื่อมุ่งสู่สิ่งที่ต้องการ แต่ความฝัน ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมากมาย
ล่าสุด หวังอี้ป๋อ พร้อมด้วย ต้าเผิง ผู้กำกับฯ บินตรงมาไทยเพื่อร่วมงานรอบพิเศษ Gala Overseas Premiere ของภาพยนตร์เรื่อง ดังกล่าว ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ โดยทั้งคู่ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานและความประทับใจในภาพยนตร์เรื่องนี้

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เวลาเตรียมการนานไหม?
ต้าเผิง – “จริงๆ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ต้องทุ่มเทและใช้เวลาค่อนข้างสั้นกับการเป็นผู้กำกับฯ ใช้เวลาการทำตอนปี 2021 พอปี 2023 ก็สามารถดูได้แล้ว สำหรับแรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้มาจากการแข่งขันเอเชียน เกมส์ เพราะมีกีฬาบีบอยหรือการเต้นเบรกแดนซ์เข้ามาในเอเชียนเกมส์ด้วย และอยากให้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยกับจีนด้วย”

ทำไมถึงเลือก หวงป๋อ และ หวังอี้ป๋อ มาเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้?
ต้าเผิง – “หวงป๋อ จริงๆ เขาก็เป็นนักแสดงที่ดัง ทั่วประเทศจีน เขาเป็นแดนเซอร์มาก่อน ถึงแม้จะเลยวัยรุ่นมาแล้ว แต่ถ้าวัยรุ่นเขาเป็นไอดอลในยุคสมัยนั้นเลย จริงๆ หนังเรื่องนี้มี 2 คาแร็กเตอร์ หวงป๋อ เป็นวัยทำงานที่หมดไฟตามล่าหาความฝัน ส่วน หวังอี้ป๋อ เป็นวัยรุ่นตามหา ฝันของตัวเอง เป็นหนังที่จะสร้างกำลังใจให้ใครหลายๆ คน”

ประทับใจอะไรในตัว หวังอี้ป๋อ?
ต้าเผิง – “เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ไม่ได้เลยออร่าแรงเกิน พอมองนานๆ แล้วเขิน จริงๆ ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่บทนี้เขาตีแตกมาก ในบทเขาแสดงเป็น เฉินซั่ว คนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่สู้ชีวิตจนกระทั่งสามารถก้าวสู่เวทีระดับโลก ผมชื่นชมความสามารถของหวังอี้ป๋อมาก และอยากให้ทุกคนตั้งใจดู 20 นาทีสุดท้าย จะเป็นไฮไลต์และมีฉากอลังการมาก จะได้เห็น หวังอี้ป๋อโชว์สเต็ปแดนซ์ และหวังอี้ป๋อก็ไม่ยอมให้ใช้สแตนด์อิน เพราะเขาอยากเล่นเอง อยากแสดงเองทั้งหมด”

รู้สึกอย่างไรที่ได้เล่นเรื่องนี้?
หวังอี้ป๋อ – “จริงๆ เฉินซั่ว ตัวละครที่ได้เล่น มีความใกล้เคียงกับชีวิตผม เพราะเราตามหาความฝันของตัวเองเหมือนกัน แต่ที่บ้าน ของผมให้การสนับสนุนอย่างดี แต่ตัวเฉินซั่วในหนังทำงานเสร็จแล้วต้องกลับมาเต้น ก็มีความแตกต่างนิดเดียว แต่เหมือนกันมาก”

เหตุผลที่รับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้และมีความหมายมากน้อย แค่ไหน?
หวังอี้ป๋อ – “สำหรับหนังเรื่องนี้การถ่ายภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ผมรักและการเต้นด้วย ผมได้จดหมายเชิญให้มาเล่นเรื่องนี้ที่การเต้นเลย ชอบมาก อยากทำให้ดีที่สุด ตอนเด็กๆ การเต้นบีบอย หรือ เบรกแดนซ์ สังคมจะมองว่าไม่น่ารัก แต่ผมก็ได้เรียนรู้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่สื่อให้สังคมได้รู้ได้เห็นอีกแง่มุมว่ากว่าจะฝ่าฟันมันไม่ง่าย และถ่ายทอดการเต้นบีบอยสู่สายตาผู้ชม”
ต้าเผิง – “หลายคนมองว่าเด็กที่เต้นบีบอยหรือเบรกแดนซ์ จะดูก้าวร้าว แต่จริงๆ เป็นการเต้นที่ไม่เหมือนใคร มีท่าใหม่ๆ พอหนังเรื่องนี้ออกมามีเด็กรุ่นใหม่สนใจการเต้นบีบอยมากขึ้น จริงๆ หลายคน มองว่าการเต้นบีบอยเป็นเด็กไม่ดี แต่ทุกวันนี้การเต้นบีบอยหรือ เบรกแดนซ์เข้าสู่กีฬาโอลิมปิกแล้วเรียบร้อย ตัวผมก็เหมือนกันแต่ก่อนเริ่มจากการทำหนังสั้นในอินเตอร์เน็ตพอได้มากำกับภาพยนตร์ใหญ่คนก็ยังมองว่าทำได้เหรอ จริงๆ พอเราตั้งใจก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคได้ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องในหนังเรื่องนี้”

อะไรที่ยากในการถ่ายทำภาพยนต์เรื่องนี้?
ต้าเผิง – “ช่วง 20 นาที เราเชิญแดนเซอร์นักเต้นตัวจริงตัวแทนของจังหวัดมาร่วมเต้นด้วย ใช้เวลาถ่ายนานมากๆ เพราะทุกรายละเอียดเราใส่ใจมากๆ”
ความประทับใจกับหนังเรื่องนี้?
หวังอี้ป๋อ – “ตอนถ่ายทำฉากเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ เพราะได้ถ่ายหนังแล้วก็ได้รวมตัวนักแสดงที่รู้จักและได้เจอนักเต้นหลายๆ คน ได้มีการแลกเปลี่ยนอะไรต่างๆ ด้วยกัน รวมถึงมีท่าเต้นยากๆ หลายท่าแต่ผมก็ทุ่มเทฝึกซ้อมแต่ท่าเต้นบางท่าที่มีความอันตรายก็มีคนมาช่วย”
ต้าเผิง – “ขอบคุณนักเต้นจากประเทศจีนที่มีส่วนร่วมในหนัง เรื่องนี้มากๆ”
หวังอี้ป๋อ – “ถ้าคุณอยากรู้ 20 นาทีท้าย คุณต้องไปดูกันที่ โรงภาพยนตร์”

ต้าเผิง – “ผมรักเมืองไทยมาก และถ้ามีโอกาสอยากมาถ่ายภาพยนตร์ที่นี่และอย่าลืมว่าผมเป็นนักแสดง ผู้กำกับฯ ไทยท่านใดสนใจเรียก ผมได้ และนักแสดงหรือผู้กำกับฯ คนไทยท่านไหนไปจีน ผมก็ต้อนรับมากๆ อยากให้ความสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้นมากขึ้นทั้งไทยและจีน ผมเชื่อว่าจะสร้างอีกปรากฏการณ์ที่ไทยอีก ผมรักเมืองไทยหวังว่า จะได้เจอกันอีก”
ภาพยนตร์ “สเต็ปกล้าท้าฝัน One and Only” เข้าฉายให้ชมแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์