นายกรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าธุรกิจการบินเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยและจองตั๋วโดยสารผ่านการบินไทยตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2566 ซึ่งส่วนมากเดินทางมาจากสหภาพยุโรปมาลงกรุงเทพฯ และบินต่อไปยังจังหวัดอื่นต่อเนื่อง
ดังนั้น จึงได้เตรียมความพร้อมรับฤดูเดินทางในช่วงปลายปี 2566 เพื่อผลักดันตลาดการขายตั๋วโดยสารเติบโตต่อไป ด้วยการเปิดเส้นทางบินที่เคยทำการบินให้กลับมา และเร่งเพิ่มการนำเครื่องบินเข้ามาประจำฝูงบินโดยเฉพาะการเช่าเครื่องบินใหม่ และนำเครื่องบินของไทยสมายล์เข้ามาประจำฝูงบิน เพื่อเพิ่มศักยภาพ
“การวางแผนตลาดการขายของการบินไทย ตั้งแต่เดือนก.ค.2566 อุตสาหกรรมการบินจะได้แรงบวกจากยุโรป ซึ่งมีส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วจากผู้โดยสารตลาดบินระยะไกลข้ามทวีป 37% ตามมาด้วยเอเชีย พื้นที่ทำรายได้หลัก ได้แก่ เอเชียเหนือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มีส่วนแบ่ง 33% เอเชียใต้ อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน มีส่วนแบ่ง 10% รวมถึงอาเซียนหรือทางตอนใต้ของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ 7% เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามแผนจะรุกขยายเที่ยวสู่โอเชียเนีย ประเทศออสเตรเลีย เตรียมเปิดบินทุกเมืองด้วยความถี่เที่ยวบินวันละ 1 เที่ยวต่อเมือง” นายกรกฎกล่าว
นอกจากนี้ ตั้งแต่กลางปี 2567 การบินไทยจะเพิ่มเที่ยวบินสู่ตลาดยุโรป เช่น มิลาน (อิตาลี) ออสโล (นอร์เวย์) จากเดิมวางแผนจะใช้ในตลาดจีนเปลี่ยนมาบินในเส้นทางยุโรปแทน