เมื่อวันที่ 14 ส.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 100 ปี ที่เกาะเมาวี รัฐฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่ามียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 93 รายแล้ว และเจ้าหน้าที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกตอกย้ำเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อหน่วยงานรัฐที่รับมือล่าช้า ทำให้ชาวอเมริกันกล่าวโทษว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความสูญเสียใหญ่หลวง
หน่วยกู้ภัยยังอยู่ระหว่างการระดมสุนัขดมกลิ่นออกค้นหาผู้รอดชีวิตและเหยื่อตามซากบ้านเรือนและรถยนต์ที่ถูกไฟไหม้จนราพณาสูรในเมืองลาไฮนา เมืองหลวงในอดีตของฮาวาย ซึ่งได้รับความเสียหายถูกเปลวไฟบรรลัยกัลป์ที่ลุกลามอย่างรวดเร็วแผดเผาทำลายล้างจนพังพินาศเกือบทั้งเมือง โดยบรรดาผู้รอดชีวิตต่างระบุว่าพวกตนไม่ได้รับการเตือนภัยล่วงหน้าใดๆ
นางเมซี ฮิโรโนะ วุฒิสมาชิกของมลรัฐฮาวายจากพรรคเดโมเครติก หรือเดโมแครต กล่าวว่า กำลังรอผลสืบสวนข้อเท็จจริงของอัยการรัฐฮาวายถึงกรณีที่ระบบเสียงสัญญาณเตือนภัยบนเกาะไม่ถูกเปิดใช้งาน โดยนางฮิโรโนะยืนยันว่า ตนจะไม่ขอแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นต่อโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น และว่าตอนนี้หน่วยงานทุ่มกำลังทั้งหมดไปที่การค้นหาผู้รอดชีวิตและร่างผู้เสียชีวิต
ทางการสหรัฐประเมินความเสียหายเบื้องต้นว่า มีอาคารถูกไฟป่าเผาทำลายจนเสียหายและพินาศไปกว่า 2,200 แห่ง ที่เมืองลาไฮนา ส่งผลให้มีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน และมูลค่าความเสียหายอย่างน้อย 5.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 2 แสนล้านบาท
จอห์น เพลเลเทียร์ ผู้บัญชาการตำรวจเกาะเมาวี กล่าวว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงมากและการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะแม้แต่โลหะก็ยังหลอมละลาย ขณะที่ชิ้นส่วนที่ยังหลงเหลือของผู้เคราะห์ร้ายนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่พยายามเก็บกู้ก็แตกสลายออกจนเป็นเสี่ยงๆ