โปรเจ็กต์อัลบั้มแรก “เพลงรัก ‘สู้ชีวิต’” ของนักร้องลูกทุ่ง ‘เน็ค นฤพล’ ถ่ายทอด เรื่องราวผ่านหนังสั้น 5 เรื่อง 5 อาชีพ 5 เพลงสะท้อนตัวตน “สู้บ่สนฟ้า” “อาชีพอกหัก” “สาวเกินต้าน” “บ่ได้ประจำการ” “ของบ่แม่นของเฮา” ซึ่งหนังเรื่องแรกและเพลงแรกที่ปล่อยออกมา คือ “สู้บ่สนฟ้า” วันนี้มาคุยกับหนุ่ม ‘เน็ค’ ที่สู้ชีวิตไม่แพ้เพลง

มีอัลบั้มแรกของตัวเอง แต่ที่ผ่านมาเคยมีซิงเกิลออกมาแล้ว
เน็ค – “อัลบั้มชื่อ เพลงรัก ‘สู้ชีวิต’ ซิงเกิลนี้ เพลง สู้บ่สนฟ้า ที่ผ่านมา 6 ปี อยู่ภายใต้บ้านแกรมมี่โกลด์มาตลอด ก่อนหน้านี้จะเน้นปล่อยเป็นเพลงไป โดยการควบคุมของพี่โจ เหมือนเพชร อำมะระ แรกๆ ที่เข้ามาแกรมมี่ ครูสลาดูแลโปรเจ็กต์ อยู่ไปอยู่มาด้วยสายงานมาส่วนนี้พี่โจดูแล ต้องขอบคุณพี่โจที่เห็นอะไรในตัวผมเลยให้โอกาสผมได้ทำดิจิตอลอัลบั้มเป็นของตัวเอง ตอนที่รู้ว่าได้ทำอัลบั้มแรก ก็รู้สึกดีใจมากๆ ต้องขอบคุณ พี่โจ โปรโมเตอร์ ที่ผลักดันจนผมได้ทำอัลบั้มนี้”

“สำหรับอัลบั้มนี้เป็นตัวตนของเน็คจริงๆ เลย ผ่านออกมาทั้ง 5 บทเพลง และที่พิเศษมากๆ คงจะเป็น หนังสั้นทั้ง 5 เรื่อง ผมรู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก เหมือนเอาคนสองกลุ่มมาเจอกันตรงกลาง เราจะหยิบส่วนหนึ่งหนังมาเล่าเป็นเพลง เพราะฉะนั้นก็จะได้ฟังทั้งเพลงและก็ได้ดูทั้งหนังครับ”

ตอนปล่อยมาเป็นไงบ้าง
เน็ค – “ก่อนหน้าจะปล่อยเพลง ปล่อยเป็นหนังสั้นก่อน อัลบั้มของผมปีนี้จะต่างจากเพลงที่ผมทำมาทั่วไป หรือในแกรมมี่ทำ แกรมมี่ส่วนใหญ่จะทำเพลงมาก่อนแล้วทำมิวสิคฯ ไปครอบเพลงอีกที แต่ของผมจะเป็นในรูปแบบของการทำหนังสั้นขึ้นมา เป็นหนังสั้น 5 เรื่อง ที่ต่อกันเป็นเรื่องเดียว แล้วเอาเรื่องราวบางช่วงของหนังมาเล่าเป็นเพลง 5 เพลง เน็คเล่นเองทั้งหมด”
“สำหรับหนังทั้ง 5 เรื่องได้ พี่เปลว ศรีสุวรรณ มาเป็นผู้กำกับฯ ให้ โดยคาแร็กเตอร์ของผมทั้ง 5 เรื่องถูกดีไซน์ออกมาให้เป็นคนพูดน้อย มีปัญหาอะไรจะเก็บเอาไว้ในใจ เพราะไม่อยากเป็นภาระคนอื่น บทหนังแต่ละเรื่องจะมีจุดพีกต่างกัน ซึ่งทั้ง 5 เรื่องจะพูดถึง 5 อาชีพที่ผมเคยทำมาก่อนที่จะได้มาเป็นศิลปิน ซึ่งเรื่องแรก สู้บ่สนฟ้า ผมจะมีอาชีพนักมวย พูดถึงเรื่องราวความรักของเราที่มีต่อคนข้างหลัง ผู้ชายคนหนึ่งที่มาสู้ชีวิตแล้วล้มลุกคลุกคลานในกรุงเทพฯ แล้วนึกถึงคนที่อยู่ข้างหลังคือพ่อแม่ อยากจะกลับไปเอากำลังใจ ทำไมเหนื่อย ท้อ จัง”

เราได้มีส่วนร่วมอะไรบ้าง
เน็ค – “ทั้งอัลบั้ม เน็คได้เลือกเพลง หาเพลงมาเสนอผู้ใหญ่ ต้องขอบคุณทุกคนที่เห็นความตั้งใจของเน็คและสิ่งที่อยากเป็นจริงๆ เพราะเราเอาเพลงไปเสนอ น่าจะ 7-8 เพลง ทุกเพลงที่ได้มาจนกลั่นกรองมาเหลือ 5 เพลง เป็นเพลงที่เน็คเลือกมาทั้งหมด จนผู้ใหญ่ชอบ นี่คือที่อยากให้เป็นในอัลบั้มนี้”
ทำไมเลือกเพลงแนวนี้
เน็ค – “ผมอยากให้เป็นเพลงเปิดตัวอัลบั้ม เพราะว่าผู้ใหญ่ให้โจทย์มาว่า อัลบั้มของเน็คชื่อ เพลงรัก ‘สู้ชีวิต’ ผมมองว่าคำว่า สู้ชีวิต มันจะเป็นตัวเองได้มากที่สุดแบบไหนกัน เพลงแรกจะเป็นเพลงที่บ่งบอกตัวตนเรามากที่สุด ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เกิดที่สุรินทร์ ผมอยากมีเพลงที่สะท้อนความฮึด ความสู้ ตัวเองก็สู้มาด้วยตัวเองมาตลอด ก็อยากมีเพลงที่สื่อสารให้กำลังใจคนท้อ พอมาอยู่กรุงเทพฯ จบม.6 ก็ไม่ได้ศึกษาต่อ มาทำงานร้านสะดวกซื้อ ผ่านเรื่องราวที่สู้ชีวิตพอสมควร ก็อยากให้เรื่องราวเพลงแรก สู้บ่สนฟ้า เป็นตัวแทนของกำลังใจให้ทุกคนที่สู้งาน”

พาร์ตดนตรีเป็นแนวไหน
เน็ค – “ผมได้ อ.เต้ย-ปิยะวุฒิ ณ บางช้าง เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ดูแลภาพรวมในด้านของเพลง อ.เต้ย จะส่งให้ อ.จินนี่ ภูไท เรียบเรียง ทำดนตรี ผมก็ได้บอกสิ่งที่ผมอยากเป็น ว่าผมอยากได้ดนตรีที่มีความหนัก มีความทะเล้น ถ้าเป็นเพลงเศร้าก็เศร้าแบบมีความ ร็อกๆ อาจารย์ก็ทำดนตรีมาตอบโจทย์ผมมากๆ ผมกับ อ.จินนี่เคยร่วมงานกันมาก่อนตั้งแต่เข้าแกรมมี่ช่วงแรกๆ เป็นโปรดิวเซอร์ผมคนแรก ก็เข้าใจกันดีในสิ่งที่ผมต้องการ”
อัลบั้มนี้ลงตัวความเป็นเราที่สุดมั้ยตั้งแต่ทำเพลงมา
เน็ค – “ผมรู้สึกภูมิใจมากไม่ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จในอัลบั้มนี้ก็ตามแต่ ผมได้เต็มที่ในสิ่งที่ผมได้เลือกมาแล้ว มันเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเป็นจริงๆ ผมรู้สึกภูมิใจมากๆ เพราะทุกเพลงได้เลือกได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ”

ได้ชิมลางงานละครด้วย
เน็ค – “การแสดงทำให้ผมหลงรัก แรกๆ ก็คิดว่าเราจะทำได้มั้ย ผมไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อนเลย แต่ผู้ใหญ่ส่งผมไปแคสต์ อย่างเรื่องแรกที่ผมเล่น ถ่ายพร้อมกัน ไม่มีความรู้การแสดงเลย เอาจิตวิญญาณไปแคสต์ ได้ทั้ง 2 เรื่องเลย ถ้าถามเรื่องแรกเรื่องอะไร ผมไม่รู้จะตอบยังไงเพราะพร้อมกัน 2 เรื่อง พอได้แสดงผมรักในการแสดงเหมือนกัน เป็นเสน่ห์ไม่ต่างจากการร้องเพลง ดีไม่ดี มันยากคนละแบบ ร้องเพลงสื่อสารด้วยเสียงเล่าเรื่องยังไงให้คนรู้สึก แต่การแสดงทั้งบอดี้ ทั้งเสียงด้วย เป็นเสน่ห์ ผมหลงรัก ถ้าใครสนใจอยากติดต่อให้ผมแสดงก็ได้หมด”

วางแผนชีวิตยังไง
เน็ค – “อันดับแรกอยากทำให้ครอบครัวสุขสบาย มีบ้านเล็กๆ ของตัวเอง ก็ได้ขายเอาเงินที่ขายที่บ้านตรงนั้นมาทำให้น้าได้เปิดร้าน แล้วน้าก็เอาเงินที่ตัวเองสามารถกู้ได้จากการเปิดร้าน 7-11 มาสร้างบ้าน ก็เป็นบ้านของน้า ผมอยู่บ้านของน้ามาตั้งแต่ม.5 อยู่มา 5 ปี บ้านหลังนั้นขายทุบทิ้งแล้ว ไม่มีบ้านของตัวเอง เพราะงั้นความฝันคือถ้าเรามีเงินจะเก็บเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ แม่อยากได้ครัวที่นอกเหนือออกมาจากบ้านราคาหลายแสน ผมก็ทำได้แล้ว มีรถของตัวเองมีทุกอย่าง พ่อแม่เริ่มสบายขึ้น ผมภูมิใจแล้วตรงนั้น”
“ส่วนอีก 20% จะสมบูรณ์ คือผมอยากมีเงินมากพอให้พ่อแม่ไม่ลำบาก แต่ถึงผมจะมีเงินมากพอให้พ่อแม่ไม่ต้องทำงาน แกก็จะทำอยู่ดี อย่างผมได้เงินจากงาน อยากได้อะไรเดี๋ยวซื้อให้ พ่อบอกอยากได้วัว ผมมองว่าถ้าซื้อวัว ต้องเลี้ยง ต้องออกไปนาทุกวัน เลยไม่ซื้อ ถามกี่ครั้งก็อยากได้โน่นนี่ อุปกรณ์ทำเกษตรของตัวเอง อย่างมาบอกว่าเขาขายที่นาลูกมีเงินซื้อไว้มั้ยล่ะ คืออยากได้อะไรที่ต้องทำต่อ (หัวเราะ) อย่างวัวตอนนี้มี 10 กว่าตัว จะขายทีนึงต้องหาเหตุผลมากพอที่ทำให้ขายได้ อย่างบางทีผมมีเงินอยู่พ่อกับแม่อยากได้อะไรผมไม่ให้นะ ผมรู้สึกว่า ผมไม่ได้อยากเป็นลูกอกตัญญู ผมก็ตอบแทนมากพอ แต่ผมรู้สึกว่าถ้าให้ไปก็จบทั้งๆ ที่พ่อกับแม่มีสิ่งที่สามารถขายแล้วเอามาหมุนเวียนตรงนี้ได้ แต่ไม่ทำ สงสารมัน(หัวเราะ) ล่าสุดเนี่ยผมไม่ถึงกับบังคับ ขายไป 3 ตัว แกไม่ออกไปทุ่งนา 3 วัน ให้คนอื่นไปดูแทน อดคิดถึงไม่ได้ เป็นความรักผูกพัน อย่างเลี้ยงหมู จะเลี้ยงจนมันอ้วนตายคาคอก ไม่กล้าขาย(หัวเราะ) เวลาจะขาย ให้คนอื่นไปดูแทน ก็เป็นโมเมนต์ที่น่ารัก เป็นสัตว์เลี้ยง เหมือนหมา แมว เราเลี้ยงเราก็รัก”

แล้วคู่ชีวิตเป็นยังไงบ้าง
เน็ค – “ให้เป็นไปตามกาลเวลา ไม่ได้เร่งรัดเร่งรีบ ตอนนี้โฟกัสกับสิ่งที่ผมทำ เต็มที่กับตรงนี้ก่อน ผมเชื่อว่าถ้ามันประสบความสำเร็จตรงนี้แล้วมันจะมีคนที่เดินเข้ามาในชีวิตเราเอง ค่อยคัดสรร ถ้ามีผู้หญิงเข้ามาหรือเจอคนถูกใจ ผมจะเข้าไปคุย เราก็ไม่ได้ปัดทิ้งทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ขวนขวายหา”
ฝากผลงาน
เน็ค – “ติดตามผลงานผมได้ในช่องทาง โซเชี่ยล Tiktok IG Facebook และติดตามเพลงได้ทาง GRAMMY GOLD OFFICIAL”
พลเทพ สารภิรมย์