แม้จะเกิดความเจ็บปวดที่พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคก้าวไกลยังอยู่ในสภา ยังสามารถช่วยเหลือและพัฒนาประเทศร่วมกันได้เพื่อประโยชน์ให้กับประชาชน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อายุยังน้อย อีก 4 ปีไม่ถือว่าสายเกินไป ในระยะเวลา 4 ปีนี้ก็ไปสะสาง ตัวเองให้เรียบร้อย เชื่อว่าประชาชนจะตัดสินได้เองว่าจะเลือกใคร
ในระยะเวลา 4 ปีที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ประชาชนจะได้เห็นการบริหารประเทศ หากไม่ดีเชื่อว่าประชาชนมีความคิดเป็นของตัวเอง รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี
ไม่อยากให้ภาคประชาชนใช้วาทกรรมมาโจมตีพรรคเพื่อไทย อยากให้ทุกคนมองในภาพรวม โดยฝ่ายประชาธิปไตยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา และพรรคเพื่อไทยก็สนับสนุนในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลอย่างเต็มที่สุดความสามารถมาตลอด แต่เมื่อสุดความสามารถแล้วไปต่อไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแทน ซึ่งยังเป็นเส้นทางสู่ประชาธิปไตยที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง
อยากให้ภาคประชาชนมองเห็นปัญหาคือตัวรัฐธรรมนูญ เมื่อพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว ก็แก้รัฐธรรมนูญให้เกิดความเป็นธรรม เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เราเห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการร่างขึ้นมา

ตอนนี้ประชาธิปไตยชนะอีก 1 ขั้น แต่ต้องเสียสละเพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เป็นรัฐบาลก่อน
ตอนนี้ประชาธิปไตยชนะอีก 1 ขั้น แต่ต้องเสียสละเพื่อให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้เป็นรัฐบาลก่อน หรือจะเอาพรรคอันดับ 3 ซึ่งเป็นพรรคภูมิใจไทย ขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าต้องเข้าสู่วงจรแบบเดิม คือฝ่ายเผด็จการ
ส่วนการโหวตนายกฯ นั้นคาดว่าจะมีแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยเพียงคนเดียวคือนายเศรษฐา ทวีสิน ไม่มีคู่แข่ง และเชื่อว่าด่านสว. 250 เสียงจะเพิ่มมากกว่าตอนโหวตแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล
ส่วนตัวเชื่อว่าสว.มีวิจารณญาณว่าอะไรดี อะไรถูก อะไรเหมาะสม เพราะการเมืองคือกลไกเท่านั้น เพื่อที่จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เชื่อว่าจะได้รับคะแนนเสียงโหวตเกินครึ่งและได้จัดตั้งรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตย