เป็นอันว่าประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เรียบร้อยแล้ว หลังผ่านการเลือกตั้งมากว่า 3 เดือน ติดขัดกลไก-กับดัก-ขวากหนามสารพัด แต่สุดท้าย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย สามารถฝ่าด่านหิน ขึ้นเป็นผู้นำทางการเมืองได้สำเร็จ
โดยเสียงโหวตให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ คนใหม่ เป็นไปอย่างท่วมท้น 482 เสียง
อาจจะกล่าวได้ว่า เหตุการณ์สำคัญๆ ทางการเมืองใน วันที่ 22 สิงหาคม ไม่มีอะไรพลิกล็อกหรือผิดคาด
โดยรุ่งเช้าเครื่องบินของนายทักษิณ ชินวัตร เดินทางมาถึงประเทศไทยตามนัดหมาย พร้อมกับโดนคุมตัว ไปศาล และเข้าเรือนจำ
จากนั้นช่วงสายที่ประชุมรัฐสภา มีมติเห็นชอบให้นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี
ที่น่าสนใจ เสียงที่เทให้ มีสว.มากถึง 152 เสียง แถมมีสส.เพิ่มจากอีกหลายพรรค โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ก็หลายคน!
ย้อนไปช่วงก่อนวันโหวตนายกฯ จะพบว่ามีสว.ตัวตึงหลายราย ออกมาตั้งประเด็นไม่ยอมรับนายเศรษฐา ทำเหมือนจะไม่ยอมให้ผ่าน
ขณะที่แกนนำพรรคเพื่อไทย พากันยืนยันว่า เสียงสว.ที่จะมาสนับสนุนเกินกว่า 100 เสียงขึ้นไป ผ่านแบบม้วนเดียวจบ
ลงเอย ก็มีสว.มาโหวตให้นายเศรษฐาถึง 152 เสียงดังกล่าว จนทำให้คะแนนรวมทะลุเป้า 375 เสียงไปไกล
อีกทั้งที่น่าจับตามองต่อไป คือ สถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่สส.หลายรายมาโหวตให้นายเศรษฐา
ขณะที่แกนนำรุ่นเก๋า นายชวน หลีกภัย และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน โหวตไม่เห็นชอบ สวนไปอีกทาง!!
อันที่จริงมติของประชาธิปัตย์คือ ให้งดออกเสียง
แต่พอโหวตจริงๆ นายชวนและนายบัญญัติ ก็โหวต ไม่เป็นไปตามมติ คือ ไม่เห็นชอบไปเลย
ดังนั้นช่วงท้ายการประชุม จึงมีสส.ประชาธิปัตย์อีกสาย โหวตเห็นชอบบ้าง
นี่คือภาพสะท้อนความเป็นไปในประชาธิปัตย์ ที่ขัดแย้งกันหนัก นับจากหลังเลือกตั้งเป็นต้นมา!
ทั้งการเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ไม่ได้ และมีความเห็นไม่ตรงกันในการเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทยรุนแรง
แล้วก็มาหักกันเองกลางสภา
สถานการณ์ข้างหน้าของพรรคเก่าแก่จึงต้อง เฝ้ารอดูกันต่อไป
ส่วนเพื่อไทย วันนี้บรรลุเป้าหมายได้เป็นแกนนำรัฐบาล คงต้องเร่งจัดตั้งครม. เพื่อเข้าทำงานบริหารประเทศ และต้องทำงานกันอย่างหนักและอย่างรวดเร็ว
เพราะถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงว่าผิดสัญญากับก้าวไกล ไปจัดรัฐบาลที่ทำให้การเมืองไทยถอยหลัง
นายกฯ เศรษฐาและรัฐบาลเพื่อไทย จะถูกฝ่ายที่โกรธแค้นจับตามองและตรวจสอบอย่างหนัก!
วงค์ ตาวัน