นายวิชานัน นิวาตจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไตรมาส 2 ปี 2566 ว่า โดยรวมอยู่ที่ระดับ 54.83 ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าที่ระดับ 55.37 ความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ และสังคมปรับลงเล็กน้อย เนื่องจากปัญหาด้านค่าครองชีพสูง รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และการว่างงาน
อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างต่อเนื่องของภาครัฐ และภาคเอกชนเข้ามาลงทุนเข้าในพื้นที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนสถานการณ์ความไม่สงบมีแนวโน้มพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ยังคงอยู่ในระดับเชื่อมั่นทุกด้าน หากพิจารณาเป็นรายจังหวัด พบว่า ประชาชนในจังหวัดสตูลมีความเชื่อมั่นสูงสุด อยู่ที่ระดับ 60.20 เนื่องจากความเชื่อมั่นด้านความมั่นคงอยู่ในระดับสูงกว่าจังหวัดอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับจังหวัดอื่นๆ รองลงมา ได้แก่ จังหวัดสงขลา ระดับ 55.71 นราธิวาส ระดับ 53.91 ปัตตานี ระดับ 53.54 และยะลา (ระดับ 53.34) ตามลำดับ ปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ประชาชนกังวลมากที่สุด คือ ค่าครองชีพสูง และรายได้ไม่เพียงพอ หากพิจารณาผลการสำรวจสถานะทางรายได้เพิ่มเติม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ ไม่เพียงพอ, ค่าครองชีพสูงขึ้น, รายได้ลดลง, มีภาระมากขึ้น อาทิ ค่าการศึกษา ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นต้น และมีหนี้สินมากขึ้น ตามลำดับ
พลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า เศรษฐกิจและสังคมสร้างความเชื่อมั่นชายแดนใต้มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ โดยขณะนี้ ต่อเนื่องอีก 3 เดือน เป็นช่วงที่ทุเรียนออกสู่ตลาด ประมาณ 120,000 ตัน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ดีขึ้น ระยะต่อเนื่องได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากทั้งด้านการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง เป็นต้น