ภาคเอกชนรู้สึกโล่งใจมากที่ประเทศไทยมีนายกฯ คนที่ 30 และเมื่อดูจากชื่อของนายกฯ คือ นายเศรษฐา ทวีสิน ยิ่งทำให้ภาคเอกชนมั่นใจมากขึ้นว่าจะเข้าบริหารประเทศได้ เนื่องจากนายเศรษฐา อยู่ในแวดวงธุรกิจเอกชนมาก่อน มีความรู้ ประสบการณ์ พร้อมเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปทั้งภาคการค้า ท่องเที่ยวและลงทุน

แม้จะได้นายกฯ แล้ว และกำลังจะได้ตัวครม.เศรษฐกิจเข้ามา ขับเคลื่อนประเทศในเร็วๆ นี้ แต่ยอมรับว่าเอกชนหลายภาคส่วนรู้สึกกังวลเรื่องเสถียรภาพในการทำงาน และการบริหารนโยบายเศรษฐกิจเพื่อขับเคลื่อนประเทศจะมีปัญหา

เนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมมากถึง 11 พรรค อาจทำให้การบริหารงานไม่ราบรื่น หรือนำไปสู่การปฏิบัติยาก ซึ่งต้องแก้ปัญหาด้วย การบูรณาการทำงานร่วมกันด้วย

ส่วนหน้าตาของครม.เศรษฐกิจไม่แน่ใจจัดสรรตำแหน่งกันลงตัวครบทั้งหมดหรือไม่ ภาคเอกชนรอลุ้นรายชื่อครม.เศรษฐกิจอยู่ อยากได้คนที่มีความรู้ ความสามารถด้านเศรษฐกิจ ที่สำคัญต้องทันสมัย ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที

ภาคเอกชนรอลุ้นรายชื่อครม.เศรษฐกิจอยู่ อยากได้คนที่มีความรู้ ความสามารถด้านเศรษฐกิจ ที่สำคัญต้องทันสมัย ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที

พวกที่อายุเยอะแล้วไม่ควรเข้ามาเป็นรัฐบาล ควรเปิดโอกาส ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาทำงานบ้าง ในส่วนของกระทรวงการคลัง ต้องรู้เรื่องการเงินเป็นการเฉพาะ ไม่เช่นนั้นจะขาดทิศทางในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย รวมทั้งต้องสามารถบูรณาการเชื่อมโยงกับต่างประเทศได้ด้วย

ปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลใหม่ควรเร่งดำเนินการ โจทย์แรกคือการแก้ปัญหาปากท้องให้ภาคประชาชน เพราะขณะนี้เศรษฐกิจไทยยังไม่ดี ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำ เผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อสูง ทำให้ข้าวของมีราคาแพง

รัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาบริหารงบประมาณและทรัพยากรเพื่อดูแลปากท้องประชาชน รวมทั้งเร่งจัดทำงบประมาณเพื่ออัดฉีดงบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน