นอกจากดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท นโยบายเกี่ยวกับราคาพลังงานของรัฐบาลใหม่ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนหลัก ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กำลังได้รับความสนใจติดตามจากสังคม
พลังงานไฟฟ้า น้ำมัน และก๊าซ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นพื้นฐานต่อการดำรงชีวิตของประชาชน เป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ทั้งภาคการผลิต และภาคการขนส่ง
เมื่อราคาพลังงานแพงย่อมส่งผลให้ราคาสินค้าขยับขึ้น ประชาชนต้องแบกภาระค่าครองชีพที่สูง ตามไปด้วย
ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคการเมืองต่างๆ ได้หาเสียงทุกเวทีทุกช่องทาง ด้วยการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง พรรคเพื่อไทยด้วยเช่นกัน
จะประกาศลดราคาพลังงานทันทีหลังประชุม ครม.นัดแรก คือคำยืนยันจากนายกรัฐมนตรีคนที่ 30
ย้อนกลับไปช่วงก่อนเลือกตั้ง นายเศรษฐา โพสต์ข้อความในประเด็นค่าพลังงานที่สูงขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการบริหารพลังงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล นายกฯ คนที่ 29 ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูง
ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ราคาสูงเข้ามาใช้ผลิตไฟฟ้าเป็นปริมาณมาก
รวมถึงก๊าซในอ่าวไทยเริ่มไม่เพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้า รัฐบาลรู้อยู่แล้วแต่กลับไม่เร่งต่อรองกับกัมพูชาเพื่อขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในพื้นที่คาบเกี่ยว
จากการตรวจสอบนโยบายด้านพลังงานของพรรคแกนนำรัฐบาล จะมีการแก้ไขปัญหา เร่งด่วนทั้งระยะสั้นและระยะยาว
ระยะสั้น ลดราคาค่าพลังงานไฟฟ้าและน้ำมันทันที รวมถึงตรึงราคาค่าก๊าซแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้ม เพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนและภาคครัวเรือน ระยะยาว เร่งเจรจาแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไทย-กัมพูชา ตลอดจนเจรจาลดค่าความพร้อมของ โรงไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ไม่ได้จ่ายไฟฟ้าด้วย
ทั้งหมดจะช่วยให้ทุกภาคส่วนจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลง ประชาชนมีเงินเหลือมากขึ้น เอกชนมีกำไรมากขึ้น สินค้าราคาถูกลง แข่งขันกับประเทศอื่นได้ เมื่อรวมเข้ากับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนอื่น เช่น ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท โอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะโตขึ้นจึงเป็นไปได้สูง
สำคัญคือรัฐบาลจะต้องทำให้ได้จริงตามที่พูด เพื่อแก้ปัญหาภาระของประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจ และฟื้นฟูเศรษฐกิจรวมของประเทศให้ฟื้นคืนมาโดยเร็ว