กระแสแรงขึ้นทุกวัน สำหรับ “แมนสรวง” ภาพยนตร์ไทยแนวดราม่าลึกลับสืบสวนสอบสวนอิงประวัติศาสตร์ ที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนภาพยนตร์ซอฟต์เพาเวอร์ของไทย จากกระทรวงวัฒนธรรม ผลงานการกำกับฯของ 3 ผู้กำกับฯ ปอนด์ กฤษดา, ชาติชาย เกษนัส และ ผศ.ดร.พันพัสสา ธูปเธียน

คว้า 2 หนุ่มฮอต ‘มาย’ ภาคภูมิ ร่มไทรทอง และ ‘อาโป’ ณัฐวิญญ์ วัฒนกิติพัฒน์ แสดงนำ รับบทเป็น ‘ฉัตร’ นักตะโพนในโรงละคร แมนสรวง และ ‘เขม’ เด็กหนุ่มที่หลงรักการรำ แต่ต้องมาสืบราชการลับในแมนสรวง

ร่วมด้วย ‘บาส’ อัศวภัทร์ ผลพิบูลย์ (ว่าน), ‘ต๋อง’ ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา (ฮ้ง), อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ (แม่ครูพิกุล), ‘ตั้ว’ ประดิษฐ ประสาททอง (พระยาบดีศร), คานธี วสุวิชย์กิต (พระยาวิเชียรเดช), ‘ฉั่ว’ ศรชัย ฉัตรวิริยะชัย (ขุนสุทินบริรักษ์), ‘แน็ต’ ชาติชาย เกษนัส (เจ้าสัวเฉิง), สายฟ้า ตันธนา (เตียง), ‘ลูกแพร์’ นนทกร เฉลิมนัย (ทับทิม) ฯลฯ

“แมนสรวง” ถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘เขม’ (อาโป) และ ‘ว่าน’ (บาส) สองหนุ่มที่ได้รับภารกิจเข้าไปสืบเงื่อนงำใน “แมนสรวง” สถานเริงรมย์อันโอ่อ่าในพระนคร หลังม่านสุขสถานที่ผู้คนนานาชาติมาชุมนุมกันเป็นที่วางแผนและตกลงทางการเมืองในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สองเกลอเข้าร่วมคณะละครและพบกับ ‘ฉัตร’ (มาย) มือตะโพนของวงดนตรี ความสัมพันธ์ของทั้งสามพัฒนาไปพร้อมความลับมืดดำของแมนสรวง รวมถึงปมในใจของทั้งสามค่อยๆ เผยออกมา

ทั้งนี้ ‘อาโป’ ที่รับบท ‘เขม’ นายรำผู้ทำทุกอย่างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น กล่าวว่า “ในเรื่องแมนสรวง ผมรับบทเขม จะเป็นคนซื่อตรงต่อความรู้สึกตัวเอง ตรงๆ ไม่ซับซ้อน การเตรียมตัว ข้อแรกคือฝึกรำ ซึ่งไม่ง่าย ทุกอย่างต้องถูกต้องสวยงามทุกท่วงท่า ผมฝึกหนักกว่า 7 เดือน ข้อสองการลดน้ำหนัก นายรำต้องอ่อนช้อย ทำให้ผมต้องลีนกล้ามเนื้อเพื่อให้เข้าถึงบทบาทได้มากที่สุด ข้อสามพยายามอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับยุคปลายรัชกาลที่ 3 ให้มากที่สุด แล้วลองจินตนาการว่าถ้ามีชีวิตแบบนี้ จะใช้ชีวิตแบบไหน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนถ่ายทำ”

“สิ่งที่ยากที่สุดจะเป็นแง่ของบท ต้องหาความต้องการของตัวละครว่าเราต้องทำยังไงบ้างเพื่อไปถึงบทที่เราต้องแสดงออกมา บวกกับภาษาที่พูดก็ยาก มีข้อจำกัดหลายอย่าง แล้วเราไม่คล่องภาษาด้วย เลยต้องจำบทให้แม่น ก็รู้สึกดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมศิลปะตรงนี้ให้ทั่วโลกได้เห็น”

ด้าน ‘มาย ภาคภูมิ’ ผู้รับบท ‘ฉัตร’ มือตะโพนหนุ่มรูปงามแห่งแมนสรวง กล่าวว่า “สิ่งที่ยากที่สุดจะเป็นตอนแรกๆ คือเวลาที่เราโดดเข้าไปในตัวละคร ทุกงานสำหรับผมจะมีความท้าทายและความยากในการจูนช่วงแรก เนื่องจากเลเยอร์ของฉัตรมีหลายเลเยอร์ ดังนั้นการแสดงออกต้องไม่ชัดเจนเกินไปจนทำให้คนดูรู้สึกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ องค์ประกอบของฉัตรจะไม่ครบถ้วน เพราะฉะนั้นการแสดงจะยากตอนแรกว่าเราจะเอามากหรือน้อยขนาดไหนในสิ่งที่เขาแสดงออก ส่วนซีนที่ยากที่สุดสำหรับผมเป็นซีนที่หน้าชิลชิลหน่อย ส่วนตัวเป็นคนที่ติดเล่นโมโนล็อก จะมีอะไรคิดอยู่ในหัว มันคิดของมันเองตามธรรมชาติ แล้วพอคิดมันจะออกมานิดหนึ่ง ออกมาปลายยิ้มหรือ แววตา ซึ่งการตีหน้าซื่อจริงๆ มันต้องไม่คิดอะไรเลย เป็นซีนเบสิก แต่รู้สึกว่ายาก”

ส่วน ‘บาส อัศวภัทร์’ ผู้รับบท ‘ว่าน’ เด็กหนุ่มใสซื่อ กำพร้า ผู้เต็มไปด้วยความลับและแรงผลักดันบางอย่างแอบซ่อนไว้ กล่าวว่า “ผมเตรียมตัวหนักมาก แรกๆ เวิร์กช็อป บ่อยมากและก็เล็กเชอร์ เขียนแบ๊กกราวด์ ตัวละครว่านเยอะมากๆ เพราะเราต้องเห็น ภาพชัด ไม่งั้นไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ ทั้งด้านแบ๊กกราวด์ตัวละคร ด้านจิตใจ เพราะต้องยอมรับว่าบทนี้ค่อนข้างหนัก และติดอยู่ ในตัวพอสมควร บทดีมากๆ มันมี Conflict หลายอย่างที่จะค่อยๆ ปลดไปทีละนิดๆ และทำให้คนดูลุ้นตาม”

สุดท้าย ‘ต๋อง ธนายุทธ’ ที่รับบท ‘ฮ้ง’ ลูกเจ้าสัวเจ้าของแมนสรวง กล่าวว่า “ฮ้งเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ต้องพยายามแสดงความ เข้มแข็งในบทบาทลูกเจ้าสัว ให้คนเห็นว่าน่านับถือ อย่างแรกเราต้องเวิร์กกับเครื่องมือของนักแสดงค่อนข้างหนักมากๆ ทั้งเรื่องร่างกาย น้ำเสียง แล้วก็อารมณ์ โดยเฉพาะน้ำเสียงต้องปรับให้เป็นน้ำเสียงของฮ้ง ต้องรู้ว่าฮ้งใช้น้ำเสียงเลเวลไหน ต้องฝึกให้ชิน แล้วบุคลิกท่าทาง เราทำงานกับแบ๊กกราวด์ของตัวละครค่อนข้างหนักมาก ต้องสำรวจเรื่องราวทั้งหมดของฮ้งในอดีตเป็นยังไง ก่อนจะเป็นฮ้งที่ทุกคนได้เห็นกันก็ก่อสร้างกันมานานพอสมควรครับ”

เตรียมค้นหาความจริงภายใต้ดินแดนลึกลับที่ชื่อ “แมนสรวง” ได้แล้วในโรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน