วันเสาร์ที่ 2 ก.ย.2566 น้อมรำลึกครบรอบ 20 ปี มรณกาล “หลวงปู่คำตา ทีปังกโร” วัดป่าภูคันจ้อง บ้านคำด้วง ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พระป่า สายวิปัสสนากัมมัฏฐาน ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา
กำเนิดในสกุล ศรบัว เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เม.ย.2470 ตรงกับปีเถาะ ที่บ้านโนนชาด ต.นาดี อ.สุวรรณคูหา จ.อุดรธานี บิดา-มารดาชื่อ นายผงและนางผา ศรบัว มีพี่น้องร่วมบิดา-มารดา เดียวกัน 5 คน
อายุ 21 ปี นายคำตาได้รับคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ เมื่อเป็นทหารจนครบกำหนด ตามประเพณีทางภาคอีสานจะต้องบวชเสียก่อนค่อยแต่งงาน
หลังจากที่ปลดประจำการ เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระฝ่ายมหานิกาย 1 พรรษา อายุ 23 ปี เมื่อลาสิกขาแล้วแต่งงานมีบุตรธิดาด้วยกัน 9 คน
ครั้งหนึ่งชักชวนหมู่เพื่อนและญาติพี่น้อง สร้างวัดสำหรับพระกัมมัฏฐานขึ้นที่ผาด้วง ซึ่งมีพระกัมมัฏฐานมาพักภาวนาอยู่เป็นประจำ จึงไปอุปัฏฐากและฟังเทศน์ จนเกิดความเลื่อมใสในการปฏิบัติภาวนาของพระธุดงค์
ต่อมาไม่มีพระอยู่จำพรรษา ชักชวนญาติพี่น้องนิมนต์พระเพื่อมาอยู่จำพรรษา โดยเดินทางไปที่วัดป่าสัมมานุสรณ์ จ.เลย ซึ่งมีหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เป็นประธานสงฆ์
การไปนิมนต์พระครั้งนั้น ไม่มีพระรับนิมนต์ แต่ได้ข้อคิด หลวงปู่ชอบให้โอวาทว่า “การหาพระไปอยู่วัดมันยาก สู้เราบวชเองไม่ได้ สร้างเราให้เป็นพระ เมื่อฝึกใจของเราให้เป็นพระโดยสมบูรณ์แล้ว เราก็ไม่ต้องไปหาพระภายนอกให้ลำบากอีกต่อไป พวกเรามันโง่ แสวงหาแต่พระภายนอก ให้พากันบวชเอา แล้วไปอยู่วัด”
จึงเริ่มแสวงหาครูบาอาจารย์ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ขณะนั้นวัดเทพธารทอง ต.แก้งไก่ อ.สังคม จ.หนองคาย มีชื่อเสียงมากในการปฏิบัติ ท่านจึงมอบทรัพย์สมบัติที่มีอยู่ทั้งหมดให้แก่ภรรยาและลูกทุกคน ซึ่งสามารถเลี้ยงชีวิตโดยไม่ลำบาก ตัดสินใจลาออกบวช โดยมุ่งหน้าสู่วัดเทพธารทอง
เดินทางฝากตัวเป็นศิษย์ ขอบวชในพระพุทธศาสนากับพระอาจารย์บัวไล ซึ่งเป็นเจ้าอาวาส ได้รับฝึกหัดขานนาคจนชำนาญจึงอนุญาตให้บวช
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2517 เมื่ออายุ 48 ปี ที่วัดเทพธารทอง

โดยมีพระครูศีลขันธ์สังวร (อ่อนสี สุเมโธ) วัดพระงามศรีมงคล เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูญาณปรีชา (หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ) วัดอรัญบรรพต เป็นพระกรรม วาจาจารย์ และพระครูวินัยธร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ทีปังกโร
กติกาวัดเทพธารทอง วันพระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ ห้ามไม่ให้นอน ให้นั่งภาวนาร่วมกันที่ศาลาจนสว่าง ทั้งพระเณรและฆราวาสที่ ไปปฏิบัติธรรมที่วัดต้องถืออย่างเคร่งครัด มีความพอใจในการปฏิบัติแบบนี้ เพราะจะได้ทรมานกิเลสตัวที่เห็นแก่หลับแก่นอน จิตของหลวงปู่สงบง่าย
ต่อมาจึงตัดสินใจลาพ่อแม่ครูอาจารย์ออกเที่ยวธุดงค์ เพื่อแสวงหาที่สงบในการทำลายกิเลสตัณหาที่ยังบังคับจิตใจ
ออกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ กระทั่งเดินขึ้นสู่ภูคันจ้อง ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี
ภูคันจ้อง ลักษณะเป็นภูเขาสูงโดดเด่นอยู่บนเทือกเขาภูพาน บนยอดภูมีเพิงหินและถ้ำ สามารถอยู่ภาวนาโดยไม่ต้องทำกุฏิ เดินสำรวจดูแล้วรู้สึกถูกใจมาก เพราะอยู่ไกลจากหมู่บ้าน ห่างไกลความเจริญ เหมาะสำหรับทำความเพียรภาวนาเป็นที่สุด
ต่อมาญาติโยมชาวบ้านคำด้วงศรัทธา ช่วยกันเลื่อยไม้สร้างศาลาหลังเล็กมุงสังกะสี เพื่อรองรับน้ำฝน ก่อนพัฒนาตามลำดับ จนกลายเป็นวัดขึ้นมา
เวลา 14.14 น. วันอังคารที่ 2 ก.ย.2546 มรณภาพอย่างสงบ
สิริอายุรวม 76 ปี พรรษา 30