รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว หลังมีประกาศพระบรมราชโองการและเป็นผู้รับสนองการแต่งตั้งรัฐมนตรีรวมทั้งสิ้น 33 คน
จากนี้ไป นายเศรษฐาก็จะนำคณะรัฐมนตรีที่ได้รับแต่งตั้งทั้งหมด เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อน เข้ารับหน้าที่ ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้
เมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายการบริหารประเทศ ต่อรัฐสภาแล้ว รัฐบาลใหม่ก็จะได้เร่งทำงานปฏิบัติทันทีตามกรอบที่แถลงไว้ในลำดับความเร่งด่วน
เนื่องจากรัฐมนตรีบางคนอาจไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม ดังนั้น การแปรนโยบาย ให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็วจึงมีความสำคัญ เพื่อพิสูจน์ศักยภาพการทำงาน ให้เป็นที่ประจักษ์
รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีที่เป็นนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูง จึงเป็นความ คาดหวังว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองกว่าช่วงที่ผ่านมาได้
ช่วยเหลือประชาชนให้มีรายได้อย่างเหมาะสม อยู่ดีกินดี ตลอดจนธุรกิจรายย่อยให้พลิกฟื้นคืนสู่สภาพคล่อง เป็นเส้นเลือดฝอยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจระดับจุลภาคอย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน ก็คาดหวังไว้ว่าประเทศไทยจะมีที่ยืนบนสังคมโลกอย่างสง่าผ่าเผย เป็นที่ยอมรับ สามารถดึงการลงทุน การท่องเที่ยวและอื่นๆ เข้าสู่ประเทศอย่างต่อเนื่องไป
เป็นโอกาสอันอำนวยและประจวบเหมาะ อย่างดียิ่ง ที่องค์การสหประชาชาติกำหนด จัดประชุมสมัชชาประจำปีในเดือนนี้ และนายกรัฐมนตรีจะได้นำคณะไปร่วมด้วย จึงถือเป็นก้าวย่างแรกบนเวทีนานาชาติ
สําหรับวาระเร่งด่วนที่รัฐบาลนี้ระบุจะทำทันที ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก ได้แก่ การลด ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน ทั้งค่าไฟฟ้า และน้ำมัน
ขั้นตอนต่อไปคือการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว โดยแก้ไขปัญหาการให้วีซ่าเข้าประเทศ การบริการภาคพื้นดินด่านหน้า อุปสรรคและข้อจำกัดของการรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่แรก
การพักหนี้ให้แก่เกษตรกรเป็นระยะ 3 ปี เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือน และการให้ความ ช่วยเหลือด้านทุนแก่ SMEs ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชนด้วยดิจิทัล วอลเล็ต เพื่ออัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเข้าไปในท้องถิ่น ทั้งหมดที่กล่าว มานี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอคอยและจับตาดูกลิ่นความเจริญอยู่