คณะรัฐมนตรีในรัฐบาล “เศรษฐา 1” หลายคนมีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจจับตามอง หนึ่งในนั้นคือ นายสุทิน คลังแสง ต่อการเข้าดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม

เนื่องจากนายสุทิน คือนักการเมืองพลเรือน มาจากอาชีพครู ไม่เคยมีประสบการณ์งานด้านความมั่นคงมาก่อน

จึงเป็นรัฐมนตรีอันดับต้นๆ ที่หลายคนตั้งข้อสงสัยถึงความเหมาะสม ความรู้ความสามารถ จนอดเคลือบแคลงไม่ได้ว่า “ผิดฝาผิดตัว” หรือไม่ จะเป็นที่ยอมรับของบรรดา “บิ๊กทหาร” ในกองทัพ หรือไม่

ตรงนี้จึงเป็นที่มาส่วนหนึ่งของการที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำ นายสุทิน รวมทั้งนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกับผู้บัญชาการ เหล่าทัพคนใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ใ นวงหารือเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านความมั่นคงและรับทราบปัญหาต่างๆ ในการทำงานของกองทัพ ไม่ได้พูดคุยลงลึกถึงรายละเอียด

แต่เป็นการพูดคุยกรอบนโยบายกว้างๆ รับฟัง ความคิดเห็นข้อเสนอแนะ เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือในการทำงานระหว่างรัฐบาลและกองทัพ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง

รวมถึงนโยบายที่ฝ่ายการเมืองต้องการผลักดัน อาทิ การเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นรูปแบบสมัครใจ การปรับลดขนาดกองทัพ การร่วมกันพัฒนากองทัพให้เป็นที่พึ่งของประชาชนมากยิ่งขึ้น

บรรยากาศการพบปะแลกเปลี่ยนเป็นไปอย่างชื่นมื่นและเป็นกันเอง รวมทั้งนายกฯ ขอให้นายทหารเป็น “แบ๊กอัพ” ในการร่วมกันพัฒนาประเทศ

ย้ อนกลับไปช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน อธิบายนโยบายพรรคเพื่อไทยต่อกองทัพ ว่าพรรคไม่มีนโยบาย “สุดโต่ง” เรื่อง การเกณฑ์ทหารและปฏิรูปกองทัพ

ฝันที่จะเห็นบุคลากรในกองทัพมีศักยภาพ มีเกียรติ มีความภาคภูมิใจ ความมั่นคงของชาติ (National Security) เป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายบริหารและกองทัพต้องทำงานร่วมกันให้สอดคล้องกับทิศทางพัฒนาประเทศ

การเปลี่ยนการเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ มีแนวทางพูดคุยกับกองทัพถึงเหตุผลความจำเป็น และบริหารให้ไม่ให้เกิดผลลบต่อความมั่นคงของประเทศ จะทำงานร่วมกับสถาบันกองทัพ เพื่อมุ่งสู่การเป็นทหารมืออาชีพ มีเกียรติ ประชาชนภูมิใจและให้เกียรติ

แนวนโยบายดังกล่าวนำมาสู่ภาพบรรยากาศเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็น นิมิตหมายที่ดี ลดความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลพลเรือนกับกองทัพที่มีมาอย่างยาวนาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน