วันเสาร์ที่ 9 ก.ย.2566 น้อมรำลึก ครบรอบ 122 ปี ชาตกาล “พระครูธรรมรสพินิจ” หรือ “หลวงพ่อหอม” อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองเสือ ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พระเกจิที่ชาวท่าม่วงให้การเคารพนับถืออย่างสูง
วัตถุมงคลได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ล้วนมีประสบการณ์แคล้วคลาด
มีนามเดิมว่า หอม พรหมวิหาร เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.ย.2444 บ้านหนองรี ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี บิดา-มารดาชื่อ นายทองและนางเกลื้อม พรหมวิหาร มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 6 คน ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
พ.ศ.2465 มีอายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดหนองหญ้าปล้อง ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เมื่อ วันที่ 3 พ.ค.2465 ได้รับฉายาว่า กันทรัสส
จากนั้นเดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเสนหา อ.เมือง จ.นครปฐม โดยเรียน อยู่ในสำนักเดียวกับสมเด็จพระสังฆราช เจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิตรฯ กรุงเทพฯ
นอกจากนี้ ยังเดินทางไปจำพรรษาที่วัดบางช้าง ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อเล่าเรียนวิทยาคมกับพระเกจิต่างๆ ใน พื้นที่
ทว่าก็ต้องยุติลงเพียงนั้น เพราะญาติโยมที่ศรัทธาต้องการให้มาเป็นผู้นำในการก่อสร้างวัดหนองเสือ ที่ชาวบ้านยังไม่มีวัดไว้ทำบุญและประกอบพิธีทางศาสนา โดยมาอยู่ที่ วัดหนองเสือ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.2471
จนเมื่อชาวบ้านสร้างวัดหนองเสือจน แล้วเสร็จจึงได้พากันนิมนต์ให้เป็นเจ้าอาวาส รูปแรก เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2480

พัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป และยังได้พัฒนาจิตใจของชาวบ้านให้เจริญในศีลในธรรม
นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นความสำคัญของ การศึกษาจึงได้จัดสร้างโรงเรียนวัดหนองเสือ (หอมประชาวิทยาคาร) ขึ้นเพื่อเป็นที่เล่าเรียนของเด็กๆ ในพื้นที่ โดยใช้ที่ดินของวัดในการจัดสร้าง
ช่วยเหลือชาวบ้านโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยสมุนไพรและ วิชาอาคม ในสมัยก่อนผู้คนนิยมไปสักด้วย
ด้วยทราบกันดีว่ายันต์ที่สักให้นั้นเหนียวชนิดแมลงวันไม่ได้กินเลือด และด้วยเหตุนี้เองทำให้ลูกศิษย์ที่ได้สักบางคนจึงประพฤติตัวไม่ดี จนเมื่อความทราบถึงจึงไม่สักให้กับใครอีกเลยนับแต่นั้นมา
ในด้านวิทยาคมนั้น ได้รับการยกย่อง ว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังของจังหวัดกาญจนบุรี รุ่นเดียวกับหลวงพ่อนารถ วัดศรีโลหะฯ, หลวงพ่อกริ่ง วัดโพธิ์ศรี สุขาราม, หลวงพ่อเที่ยง วัดม่วงชุม, หลวงพ่อหมั่น วัดดงสัก ทีเดียว
ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองเสือเรื่อยมาจนเริ่มอาพาธ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2524 ลูกศิษย์ลูกหาได้ช่วยกันรักษาอย่างสุด ความสามารถ
มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2524
สิริอายุ 79 ปี 10 เดือน 23 วัน พรรษา 59