ลงโรงฉายแล้ว ภาพยนตร์ “POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก” ผลงานการกำกับฯ ของ ‘ตุ๋ย’ พฤกษ์ เอมะรุจิ ที่ได้แรงบันดาลใจการทำภาพยนตร์จากผลงานชนะเลิศการประกวด “MAJOR’S WRITER CONTEST ครั้งที่ 2 คุณเขียนเราสร้าง” จาก “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป” ที่เปิดพื้นที่ให้นักเขียนรุ่นใหม่ไฟแรงโชว์ศักยภาพเขียนพล็อตเรื่องแล้วนำมาพัฒนาเป็นบทและสร้างเป็นภาพยนตร์

ซึ่งพล็อตเรื่องกว่า 3,000 พล็อต บริษัท เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ จำกัด (M39) โดย ‘คุณนก’ ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์ Executive Producer ได้ผลคัดเลือกพล็อตภาพยนตร์ 2 เรื่องจากโครงการ ได้แก่ “POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก” และ “อีสานซอมบี้” นำมาพัฒนาและสร้างเป็นภาพยนตร์ เริ่มจากเรื่อง “POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก” ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายที่มีชีวิตเวียนวนอยู่ใน 4 ยุคสมัย ทำให้เกิด 4 เรื่องเล่า คือ ยุคหิน, ยุคบางระจันแตก, ยุควิกฤตต้มยำกุ้ง และ ยุคโลกอนาคต ที่หลอมรวมผูกโยงเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบุรุษไปรษณีย์และความผูกพันระหว่างมนุษย์ ที่ทั้งสุข เศร้า คลุกเคล้าความตลกร้าย แต่ก็มีความน่าประทับใจ นำแสดงโดย เป้ อารักษ์, มุก วรนิษฐ์, เกรท สพล, พลอยชมพู ญานนีน, ตน ต้นหน, ญดา นริลญา, เบิร์ด บุญพงษ์ และ เอี้ยง สวนีย์

ทั้งนี้ ‘คุณนก ปัญชลีย์’ เล่าว่า “โครงการประกวด MAJOR WRITER CONTEST คุณเขียนเราสร้าง ทำขึ้นมาช่วงโควิด จัดขึ้น 2 ปีซ้อน ตั้งใจทําให้เกิดขึ้นจริงๆ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในอนาคต เชื่อว่าจะได้หนังดีๆ ไอเดียใหม่ๆ จากโครงการนี้ อยากสนับสนุน ให้โครงการไปต่อได้ พล็อตจากการประกวดที่นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นี้ ขอใช้คำว่าแปลกแหวกแนว”

“อย่าง POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก เป็นภาพยนตร์ที่หลุดออกจากเซฟโซนของหนังไทยที่มีแต่หนังผี หนังตลก กล้าหลุดออกนอกกรอบ หนังเรามีทั้งยุคดึกดำบรรพ์ ไปจนถึงโลกอนาคต อย่างตอนตุ๋ยผู้กำกับฯ มาปรึกษาว่าบทหนัง POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก นี่พัฒนาไปไกลมากๆ เลย เราก็บอกว่าไปให้ไกลสุดทางเลย แต่สุดทางที่ไปก็ไปบนพื้นฐานบนโครงสร้างที่ดี องค์ประกอบที่ดี ไม่ว่าจะเป็น ผู้ผลิต ผู้กำกับฯ ทีมงาน คนทำ CG หรือนักแสดง พอได้ส่วนผสมลงตัวก็ไม่มีอะไรต้องกังวลใจแล้ว เพราะเราได้สร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่หยิบยื่นให้คนดูแล้ว” ผู้บริหารสาวกล่าว

ด้านผู้กำกับฯ ‘ตุ๋ย พฤกษ์’ เผยถึง “Postman ไปรษณีย์ 4 โลก” ว่า “ตอนนั้นผมได้ยินพี่นกว่ามีเรื่องหนึ่งที่ทุกคนตัดสินให้เป็นที่ 1 ก็เลยขออ่านดู พออ่านก็รู้สึกว่าน้องคนเขียนเขามีความสร้างสรรค์ ด้วยเวลาเราทำหนังเราจะเขียนบทเอง เราอยากทำหนังเราก็คุยกับ พี่นกว่าเราอยากทำหนังเรื่องนี้ แล้วก็มาคุยกัน เลยรู้สึกว่าเราไม่กล้าจะเอาหนังเขามาทำเพียวๆ เพราะรู้สึกว่าทางของน้องมันเป็นเฉพาะทางของน้องเขาจริงๆ แต่สิ่งที่ผมติดใจคือเรื่องของไปรษณีย์ เพราะเราลืมมันไปแล้ว แต่จริงๆ มันใกล้ตัวเรามาก ถึงทุกวันนี้จะเปลี่ยนคำเป็น GRAB หรือใดๆ บางทีสนิทกับบ้านเรามากกว่าญาติเราอีก มาบ้านเราบ่อย ผมรู้สึกว่าสารตั้งต้นของการเป็นไปรษณีย์มันน่าสนใจ ผมเลยขออนุญาตพี่นก และขออนุญาตเจ้าของพล็อตหยิบเอาสารตั้งต้นนี้มาทำเป็นอีกเรื่องนึง สิ่งที่เจ๋งที่สุดคือการที่เขาหยิบ สิ่งใกล้ตัว แต่คนลืมที่จะพูดถึงมันไปแล้ว”

เรียกว่าหยิบเอากิมมิกของน้องแล้วนำมาแปรรูปอีกที “ใช่ครับ แล้วก็คุยกับพี่นกอยากให้น้องพัฒนาบท อยากจะผลักดันให้น้องเขียนบท เพราะบางทีเราจะได้คนเขียนบทเพิ่ม น้องเป็นคนที่เข้าใจ พล็อตเรื่องนี้ที่สุด ก็เลยอยากให้น้องไปพัฒนาบทแล้วให้เราช่วยดูในโปรเจ็กต์หน้าก็ว่าไป”

“จริงๆ พล็อตที่น้องเขาเขียนมา แทบจะใช้ได้เลยนะ เพียงแต่เราสนใจเรื่องตรงนั้นเท่าเขาหรือเปล่า ทุกคนที่ส่งพล็อตเรื่องมาเป็นคนรุ่นใหม่ เอาตรงๆ คนที่ส่งบทเข้ามาประกวดเราจะไม่ได้คาดหวังจะเจอคนที่เขียนรู้เรื่อง แต่อย่างน้องๆ ที่ได้รางวัลที่หนึ่ง หรือน้องๆ ที่เข้ารอบมาส่วนใหญ่เขามีของอยู่แล้ว เพียงแต่ของนั้นจะนำไปใช้ได้จริงเมื่อไหร่ เวลาไหน แล้วมันจะเป็นจริงได้ไหมในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย”

คุณนกกล่าวเสริมว่า “น้องคนที่ได้รางวัลเขาไม่เคยเขียนพล็อตเรื่องมาก่อน แต่น้องมีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่อง มีทักษะการเล่าเรื่องที่ดี โครงการที่เราให้น้องๆ ส่งเข้ามาประกวด เราไม่ได้แข่งประกวดเขียนบท แต่เราประกวดพล็อตไอเดีย ตุ๋ยเขาได้อินสไปเรชั่นจากการเล่าเรื่องของน้องในเรื่องที่ชนะเลิศ แต่เราต้องบาลานซ์ความเป็นอาร์ตครีเอทีฟกับความเป็นคอมเมอร์เชี่ยลไปด้วยกัน ฉะนั้นเราก็เอาอินสไปเรชั่นตรงความเป็นไปรษณีย์ หรือการส่งสารบางอย่าง มาสร้างเป็นอีกบท”

ภาพยนตร์เรื่อง “POSTMAN ไปรษณีย์ 4 โลก” เข้าฉายแล้ว วันนี้ในโรงภาพยนตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน