นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้วิเคราะห์ตลาดเอเชียกลาง 5 ประเทศ ได้แก่ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน ทาจิกิสถาน และคีร์กีซสถาน เพื่อหาโอกาสเปิดตลาดใหม่ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ เน้นตลาดใหม่มีกำลังซื้อสูง แต่ยังมีมูลค่าการค้ากับไทยไม่มากนัก พบว่าภาพรวมตลาดเอเชียกลางมีขนาดเศรษฐกิจและจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทย โดยคาซัคสถานมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด รายได้ต่อหัว 11,244 ดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าไทย 1.6 เท่า อุซเบกิสถาน มีประชากรมากที่สุด คิดเป็น 45% ของเอเชียกลาง มีประชากรรวม 78.5 ล้านคน
ปัจจุบันแหล่งนำเข้าสำคัญของเอเชียกลาง 3 ลำดับแรก คือ รัสเซีย จีน และตุรกี โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าลำดับที่ 26 คิดเป็น 0.3% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด และไทยส่งออกไปยังเอเชียกลางจำกัดใน 7 เดือนของปี 2566 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่ารวม 141.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 176% คิดเป็น 0.09% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทย
“ผลวิเคราะห์พบว่าสินค้าดาวเด่น 3 กลุ่มของไทยที่จะส่งออกเติบโตได้เพิ่มขึ้นในตลาดเอเชียเพราะมีความต้องการสูง คือ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยาง ยานพาหนะ และคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ รวมทั้งสินค้าที่ตลาดมีความต้องการสูง แต่เอเชียกลางยังนำเข้าจากไทยน้อย ซึ่งผู้ส่งออกควรเร่งเปิดตลาด ได้แก่ ไก่ และน้ำตาลทราย”
อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าในภูมิภาคเอเชียกลาง ควรศึกษามาตรฐานฮาลาลเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่ตลาด