เชียงใหม่ – นายวิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมคณะกำหนดจะเดินทางลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดเชียงใหม่โดยจะมีการประชุมหารือร่วมกับทางท่าอากาศยานเชียงใหม่ในประเด็นเกี่ยวข้องกับแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมทั้งการขยายเวลาการเปิดให้บริการและเพิ่มเที่ยวบิน ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ย.
นายวิจิตต์กล่าวว่า ขณะนี้ท่าอากาศยานเชียงใหม่กำลังดำเนินการโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ระยะที่ 1 บนพื้นที่เดิม เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับ ผู้โดยสารเป็น 16.5 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่รองรับได้ 8 ล้านคนต่อปี ด้วยการปรับปรุงอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศเดิมเป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่ พร้อมขยายหลุมจอดเพิ่ม และปรับปรุงระบบต่างๆ คาดว่าจะใช้เวลาในการออกแบบประมาณ 1 ปี หากแผนได้รับความเห็นชอบจะใช้เวลาในการดำเนินการงานก่อสร้างอีกประมาณ 3 ปี
สำหรับแผนงานและแนวคิดเกี่ยวกับท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 นั้น บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล เบื้องต้นวางแผนในส่วนการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการก่อสร้างท่าอากาศยานเชียงใหม่แห่งที่ 2 อยู่แล้ว แต่ต้องเป็นช่วงหลังท่าอากาศยานเชียงใหม่ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารเต็มขีดความสามารถ 16.5 ล้านคนต่อปี
นายวิจิตต์กล่าวอีกว่า ด้วยศักยภาพของท่าอากาศยานเชียงใหม่ มีความพร้อมสามารถรองรับการให้บริการรองรับเที่ยวบินหลังเวลา 24.00 น. รวมทั้งการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง กำลังอยู่ในขั้นตอนการหารือร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
“ในช่วง Golden Week ของจีน หรือช่วงวันหยุดยาวเฉลิมฉลองวันชาติจีนช่วง 1-7 ต.ค. ที่กำลังจะมาถึง คาดจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ คาดช่วงดังกล่าวบรรยากาศการเดินทางน่าจะเป็นไปอย่างคึกคักและมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากวันละประมาณ 20,000 คน เป็นวันละ 30,000 คน ขณะที่หลังจากนั้นจะเริ่มย่างเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของเชียงใหม่แล้ว คาดว่าจำนวนผู้โดยสารน่าจะอยู่ในระดับเดียวกันนี้หรือเพิ่มมากขึ้นไปอีก ท่าอากาศยานเชียงใหม่มีความพร้อมทุกด้านในการให้บริการและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางเข้ามาผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่” นายวิจิตต์กล่าว