เศรษฐาแอ่วเหนือคึกเตรียมไปจีน-ปลุกศก.‘พิธา’ลาออกหัวหน้าให้กก.ขึ้นผู้นำฝ่ายค้าน

เศรษฐา’แอ่วเชียงราย-เชียงใหม่ มอบนโยบายส่งเสริมการค้าชายแดน-ปราบยาเสพติด เตรียมไปเยือนจีน 7-9 ต.ค. เจรจา เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจโตยั่งยืน ‘พิธา’ลาออกหัวหน้าก้าวไกล เปิดทางเลือกแม่ทัพที่เป็นสส.ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน เผยมี 4-5 คน เหมาะสม คาด ‘ชัยธวัช’ เต็งจ๋า ‘หมออ๋อง’ รอคุยกก.บห.ชุดใหม่เท่านั้น หลังสะพัด ขับพ้นก้าวไกลไปอยู่พรรคเป็นธรรม เพื่อ ก้าวไกลได้ทั้งรองประธานสภา-ผู้นำฝ่ายค้าน ป.ป.ช.เปิดเซฟรมช. ‘มนพร เจริญศรี’ มีแค่เงินฝาก 6,819 บาท เจ้าตัวแจงมีแค่นั้นจริงๆ หากยื่นบัญชีช่วงปลายเดือนจะมีเงินหลักแสนจากเงินเดือน ‘ชลน่าน-เมีย’อู้ฟู่ 561 ล้าน

‘เศรษฐา’ตั้ง 9 กุนซือ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 234/2566 เรื่องแต่งตั้ง ที่ปรึกษาของนายกฯ 9 คน เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (6) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ ดังนี้ 1.นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษา 2.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ 3.นายพิชัย ชุณหวชิร 4.นายศุภนิจ จัยวัฒน์ 5.นายพิมล ศรีวิกรม์ 6.นายพิชิต ชื่นบาน 7.นายชลธิศ สุรัสวดี 8.นายชัย วัชรงค์ 9.นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์

สำหรับนายศุภนิจ จัยวัฒน์ เป็นกรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ กรรมการบริหารความเสี่ยงของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และเป็นเพื่อนสนิทของนายเศรษฐา นายชลธิศ สุรัสวดี อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ และหลานชายนายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) และที่ปรึกษาคณะกรรมการ ฟื้นฟูทะเลไทย เพื่อความยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาการประมง ที่นายกฯ มีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่ นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ เป็นอดีตผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 78 และเป็นอดีตผอ.ใหญ่สายการเงิน บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธานกรรมการบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ขณะที่นายพิชิต ชื่นบาน เป็นทนายความประจำ นายทักษิณ ชินวัตร ที่ก่อนหน้านี้ถอนตัว จากการรับตำแหน่งรัฐมนตรี

ขณะเดียวกัน นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ได้หารือกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการรมว.กลาโหม และพล.อ.สมศักดิ์ รุ่งศิตา ที่ปรึกษารมว.กลาโหม เห็นชอบให้ พล.อ.ม.ล.สุปรีดี ประวิตร ดำรงตำแหน่งหัวหน้า สำนักงาน รมว.กลาโหม โดยจะลงนามในคำสั่ง กระทรวงกลาโหมอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ พล.อ.ม.ล.สุปรีดี ชื่อเล่นเป๊ป จบโรงเรียน นายร้อยต่างประเทศ เข้ารับการอบรมหลักสูตร ชั้นนายร้อยเหล่าทหารม้า พร้อมกับเตรียมทหาร รุ่น 20 เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า

แย้มมีรายชื่อเข้ามาเสริมอีก

นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์กรณีแต่งตั้ง ที่ปรึกษานายกฯ ว่า ยังไม่ได้มีการแบ่งส่วนงาน ได้พยายามตั้งให้มีครอบคลุมทุกภาคส่วน และจะพิจารณาแต่งตั้งเพิ่มอีก อย่างที่ตน เคยบอกแล้วว่าอะไรทำได้ตนทำก่อน เช่น นายพิมล ศรีวิกรม์ จะให้มาช่วยดูแลเรื่องกีฬา ดูแลกองทุนที่สนับสนุนกีฬา 1 รัฐวิสาหกิจ 1 ประเภทกีฬา รัฐบาลนี้ยืนยันว่าจะทำก่อน เดี๋ยวจะมีรายชื่อเข้ามาเสริมอีก

ผู้สื่อข่าวถามกรณีกล่าวกับนักศึกษาวิทยาลัย ป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 65 เมื่อวันที่ 14 ก.ย. โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคอนเน็กชั่นว่า เรื่องคอนเน็กชั่นหรือเรื่องการใช้สิทธิ์ใด นายเศรษฐากล่าวว่า วปอ.เป็นสถาบันที่มีเกียรติ เป็นแหล่งฟูมฟักกำลังสำคัญของประเทศชาติ อยากจะให้ดูให้ดีด้วยว่า จริงๆ แล้วไม่ใช่เป็นแค่ คอนเน็กชั่นอย่างเดียว ที่มาใช้ระหว่างพวกกันเอง แต่อยากให้มาดูแลพี่น้องประชาชนด้วย โดยใช้ คอนเน็กชั่นเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น ไปกว่านี้อีก

การใช้ทรัพยากรของรัฐอยากให้ใช้ให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่มีสิทธิ์อย่างเดียว ต้องดูที่หน้าที่และความเหมาะสม เพราะมีคนที่เฝ้าดูกันอยู่หลายคนหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนที่อยากมีตัวอย่างผู้นำที่ดี ก็ขอฝากด้วย ไม่ได้มีอะไร คงเป็นอะไรที่อาจจะแตกต่างจากคำกล่าว ของคนอื่นเท่านั้นเอง แต่เป็นความตั้งใจของตน และเป็นความหวังดีของตนต่อสถาบัน ผู้สื่อข่าว ถามว่าการพูดดังกล่าวนายกฯ ใช้คำว่าอภิสิทธิ์ชน นายเศรษฐากล่าวเพียงว่า “ครับ”

ยันไม่เห็นด้วยรัฐประหาร

เมื่อเวลา 09.00 น. นายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ผ่านเพจ THE STANDARD บางตอนถึงนโยบายพรรคเพื่อไทยคือป้องกันการรัฐประหารว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร แต่ไม่เห็นด้วย ไม่ได้หมายความว่าต้องไม่พูดคุยกัน อะไรเห็นด้วยกันก็ทำกันไป ไม่มีประโยชน์ที่จะไม่พูดกัน เพราะอย่างไรต้องทำงานร่วมกัน ยืนยัน ไม่กลัวไม่เกรงใจ เราอยู่ด้วยกันอย่างผู้ใหญ่ พูดจากันด้วยเหตุผล อาจไม่เห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่เวลานี้คนประสบปัญหาเยอะ

ส่วนความชัดเจนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ที่ให้ผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลมีแน่นอน 1 หมื่นบาท แน่นอนเรื่องให้จ่ายในระยะทาง 4 ก.ม.ตามทะเบียนบ้าน เมื่อมีการพูดคุยกันมากก็ต้องดูอีกทีจะขยับหรือไม่ ส่วนระยะเวลาให้ใช้ 6 เดือนไม่ขยับ เพราะต้องการ ให้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรื่องงบประมาณอีก 2 สัปดาห์จะมีตัวเลขว่ามาจากไหน ขอให้มีความชัดเจนก่อนแล้วจะชี้แจงทีหลัง บล็อกเชน แน่นอน ใช้ดาต้าของกรุงไทยแต่ไม่ผ่าน แอพเป๋าตัง ไม่ใช่คริปโต เทรดไม่ได้ เป็นการให้ ประชาชนเอาเงินไปใช้ในระยะทางที่จำกัด

ต่อข้อถามว่าจะเป็นการเอื้อนายทุนหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ไม่ได้มีทุกจังหวัดต้องให้หมดทุกอัน ความเสมอภาคทั่วถึงจะดีกว่า ภายใน 2 สัปดาห์ จะชี้แจงที่มาของเงินอย่างแน่นอน จากการ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังจะมีงบที่มาจากรายได้เพิ่มขึ้น 2 แสนกว่าล้าน ส่วนอื่นๆ จะชี้แจงให้ทราบ เรื่องนี้ทุจริตไม่มีแน่นอนเพราะให้โดยตรง

เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งคณะทำงานเพื่อทำประชามติหรือไม่ เป็นการซื้อเวลาหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ไม่ใช่การซื้อเวลา เป็นการตั้งคณะทำงานเพื่อรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เราทำประชามติแน่นอน ผ่านกลไกรัฐสภา ไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องฟังประชามติก่อน ตอนนี้เริ่มแล้วยืนยันทำตามไทม์ไลน์ไม่ใช่การซื้อเวลา

ดูชายแดน – นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และรมว.คลัง นำคณะเดินข้ามสะพานแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา โบกมือทักทายชาวเมียนมาที่อยู่อีกฝั่ง ระหว่างติดตามปัญหาการค้าชายแดนและยาเสพติด เมื่อวันที่ 15 ก.ย.

ลุยเชียงราย-600 ตร.ตรึงเข้ม

เวลา 11.15 น. ที่บน.6 นายเศรษฐา นายกฯ พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อตรวจราชการ ที่จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 15-17 ก.ย.

เมื่อมาถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เวลา 12.45 น. มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธาน สภาคนที่ 2 และสส.เชียงราย ต้อนรับ โดยมีกลุ่มเครือข่ายสตรีเทศบาลนครเชียงราย นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบสีแดง สีชมพู มามอบให้นายกฯ ส่วนการปฏิบัติภารกิจใน จ.เชียงราย นายเศรษฐา ใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน กบ 5959 เชียงราย ขณะที่การรักษาความปลอดภัย ตลอดการลงพื้นที่ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 600 นาย ทั้งการรักษาความปลอดภัย ประจำจุดถนนร่วมและทางแยกตลอดเส้นทางขบวนรถผ่าน นอกจากนี้ยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบคอยดูแลพื้นที่กรณีมีกลุ่มมวลชนทั้งกลุ่มสนับสนุนและต่อต้าน แต่ไม่มีรายงานว่า มีกลุ่มต่อต้านแต่อย่างใด

เวลา 14.40 น. นายเศรษฐาตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาในพื้นที่อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 ต.แม่สาย และรับฟังประเด็นเรื่องการค้าชายแดน (NEC) ปัญหายาเสพติด ต่อด้วยการพบปะกลุ่มชาติพันธุ์ ร่วมพูดคุยประเด็นการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลไร้สัญชาติ (สิทธิการศึกษา สิทธิการรักษาพยาบาล สิทธิในที่ดิน ทำกิน และสิทธิในด้านอื่นๆ) ระหว่างนี้ กลุ่มชาติพันธุ์ได้มอบดาบของชนเผ่าไทยลื้อให้ แต่นายกฯ ได้ส่งมอบคืน จากนั้นเยี่ยมชมนิทรรศการผ้าไทยของกลุ่มชาติพันธุ์ เยี่ยมชมนิทรรศการโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล”

หนุนการค้าชายแดน-ไปจีนต.ค.

ต่อมานายเศรษฐาร่วมประชุมเพื่อแก้ปัญหาการค้าชายแดน ยาเสพติด และชาติพันธุ์ ร่วมกับหน่วยงานราชการ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า เชียงราย ถือเป็นจังหวัดแรกๆ ที่ตนพร้อมคณะได้มาเยือนหลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ จ.เชียงรายเป็นจุดการค้าสำคัญ จุดหนึ่งของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น การขนถ่ายสินค้าจากหลายจังหวัด เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องการเกษตร ทราบดีว่าปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด อบายมุขทั้งหลาย รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ปัญหาสังคมก็เป็นปัญหาใหญ่ แต่ตรงนี้เป็นเพียงจุดหนึ่งของปัญหา ชายแดนถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญต้องบริหารจัดการให้ดี ดังนั้น อยากรับฟังความคิดเห็น หากมีอะไรที่จะนำไปให้ครม.พิจารณาต่อไป

นายเศรษฐากล่าวว่า ได้รับฟังความคิดเห็นประเด็นแรกเรื่องการลงทุน ด้านการคมนาคม ต้องเห็นใจภาคเอกชน ขณะที่ภาครัฐบาล มีภาระด้านการลงทุน และงบประมาณเยอะ แต่ตรงไหนที่สามารถทำได้เร็ว และทำให้การคมนาคมดีขึ้น เพื่อการค้าระหว่างประเทศดีขึ้นและโลจิสติกส์ทั้งหลายคิดว่าภาครัฐและเอกชนต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันขึ้นมาพิจารณา แต่ถ้าขอทุกอย่างคงทำไม่ได้ เพราะเท่า ที่ฟังการใช้งบประมาณคงเยอะพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยวตรงนี้สำคัญ ต้องลิงก์กับปัญหา PM 2.5 ด้วย โดยพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ

เราเป็นประเทศที่รักสงบไม่ก้าวก่าย การปกครองภายในของประเทศนั้น เราผลักดัน เรื่องการค้าระหว่างชายแดน การที่บอกว่าการค้า ระหว่างชายแดนมีมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท ต่อปีถือว่าสูงมาก เชื่อว่าถ้ามีการยกระดับขึ้นในแง่การทำให้คล่องตัวขึ้น น่าจะสูงกว่านี้ได้อีกเยอะ ส่วนเรื่องการขอวีซ่าต้องดูเรื่องความมั่นคงด้วย รัฐบาลนี้พร้อมผลักดันเศรษฐกิจให้โตอย่างยั่งยืนและถาวรผ่านระบบการค้าระหว่างประเทศ ฝากด้วยในวันที่ 7-9 ต.ค.นี้ ตนจะไปประเทศจีน อยากขอให้ผู้มีอำนาจฝ่ายมณฑลที่อยู่ติดกับชายแดน เตรียมความพร้อมในเรื่องการเจรจาด้วย

เวลา 17.45 น. นายเศรษฐาเดินทางจาก ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง ไปยังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และนอนค้างคืนจ.เชียงใหม่

คุยวัยโจ๋-นักธุรกิจเชียงใหม่

ส่วนวันที่ 16-17 ก.ย. นายเศรษฐาและคณะปฏิบัติภารกิจที่ จ.เชียงใหม่ ทั้งสองวัน โดยเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ตรวจเยี่ยมโครงการอุโมงค์ผันน้ำเพื่อติดตามการบริหารจัดการน้ำด้านการเกษตร และการอุปโภคบริโภค ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด เวลา 11.30 น. ตรวจเยี่ยมศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ ตรวจเยี่ยมศูนย์ศึกษาฯ เพื่อศึกษาต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ น้ำ ป่า อาชีพ และการ ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชนตามแนวทางพระราชดำริ

เวลา 14.15 น. พบปะคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ พูดคุยประเด็นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ระบบขนส่ง คมนาคม สังคมและสิ่งแวดล้อม ฝุ่น PM 2.5 เวลา 15.15 น. พบปะผู้ประกอบการ รับฟังปัญหาภาพรวมของจ.เชียงใหม่ และส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Start Up) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ และเวลา 19.15 น. เดินถนนคนเดินวัวลาย ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่

วันที่ 17 ก.ย. เวลา 08.45 น. นายเศรษฐา สักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ เวลา 09.30 น. พบปะประชาชนที่คาดว่าได้รับผลกระทบจากการเพิ่ม เที่ยวบิน ที่เทศบาลเมืองแม่เหียะ ต.แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ จากนั้นเวลา 10.15 น. พบปะผู้บริหารท่าอากาศยานเชียงใหม่ ที่ท่าอากาศยาน เชียงใหม่ ร่วมพูดคุยประเด็นการเพิ่มเที่ยวบินหลังเที่ยงคืนเพื่อรับรองนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และเวลา 12.15 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ

‘ชลน่าน’มั่นใจรบ.อยู่ครบ 4 ปี

ที่ห้องประชุมสโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในงานเสวนา นำเสนอยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้ระบบการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ จัดโดยนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 13 ว่า มั่นใจว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยอยู่ครบ 4 ปี ไม่มีการยุบสภาแน่นอน อาจมีการปรับเปลี่ยนมีพรรคอื่นๆ เข้าร่วมรัฐบาลเป็นธรรมดา ส่วนเงื่อนไขอื่นที่เป็นเหตุผลเหมาะสม แต่ไม่ใช่การ ยึดอำนาจ หรือยุบสภาด้วยเหตุการณ์ไม่ปกติ

ทั้งนี้ ไม่เคยมีการพูดว่าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จจะยุบสภา แต่มีโอกาสความเป็นไปได้หากร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นที่ต้องการของประชาชน เกิดกระแสเรียกร้องบริบทการเมืองที่เหมาะสม มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลมอบอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ หากทำงานเข้าตา และประชาชนเรียกร้อง เหตุใดจะต้องยุบสภา ดังนั้นด้วยเงื่อนไขครบ จึงมั่นใจอยู่ครบ 4 ปี เดิมการเมืองมีความขัดแย้งรุนแรง แบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน เหลืองแดง แต่ถูกย่อยสลายแล้ว เมื่อเหลืองแดงไม่สู้ หันหน้าเข้ามากัน บรรยากาศ การเมืองดีขึ้น

อดีตหัวหน้า – นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข อดีตหัวหน้าพรรค เพื่อไทย ร่วมเวทีกัน ครั้งแรกหลังทั้งคู่ลาออกจากหัวหน้าพรรค ในงานเสวนา พตส. รุ่นที่ 13 เมื่อวันที่ 15 ก.ย.

‘พิธา’ไขก๊อกหน.ก้าวไกล

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” จำเป็นต้องเป็น สส.ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 และปัจจุบันตนยังอยู่ภายใต้คำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. จึงยังไม่สามารถเข้าไปทำงาน ในสภาผู้แทนราษราษฎร และไม่สามารถดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านได้ในระยะเวลาอันใกล้ ตนได้หารือกับคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) และสส.พรรคแล้วเห็นว่า บทบาท “ผู้นำฝ่ายค้าน” มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อระบบรัฐสภา และสมควรเป็นบทบาทที่รับผิดชอบโดยหัวหน้าพรรคของพรรคฝ่ายค้านหลักในสภา

“ผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า พรรคก้าวไกล ณ ขณะนี้ เพื่อเปิดทางให้พรรคเลือก สส.ที่สามารถทำหน้าที่ “ผู้นำฝ่ายค้าน” ในสภาขึ้นมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทนที่ผม” ไม่ว่าสถานะจะเป็นอย่างไร ตนไม่ได้หายไปไหน จะยังคงทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลและพี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังและสุดความสามารถ เพื่อขับเคลื่อนวาระการเปลี่ยนแปลงที่เราปรารถนาร่วมกัน และ 24 ก.ย.นี้ ขอเชิญสมาชิกพรรคมาพบกันในงาน “ก้าวต่อไป ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ดินแดง กทม. เพื่อมุ่งหน้า สู่การสร้างพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง

ลุยเขย่าการเมืองทั้งใน-ตปท.

นายพิธาให้สัมภาษณ์ว่า การเห็นส่วนรวมมากกว่าส่วนตัวคือสำนึกของนักการเมือง ซึ่งในบริบทการเมืองปัจจุบัน ฝ่ายค้านต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในเชิงทั้งมหภาค และจุลภาค ซึ่งมหภาคฝ่ายค้านต้องเป็นเรือหลักในการกำหนดทิศทางการอภิปรายสำคัญ ทั้งเรื่องงบประมาณ อภิปรายแนะรัฐบาล และอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนเรื่องจุลภาค คือการแต่งตั้งวิปฝ่ายค้าน ไม่ต้องห่วงตน ขอให้ห่วงประชาชนห่วงบ้านเมืองดีกว่า

สำหรับเรื่องส่วนตัวนั้น ตนยังยืนยันคำเดิมว่าไม่ยึดติดกับหัวโขนหรือตำแหน่ง ปัจจุบันตนสามารถทำงานได้ถึงแม้จะไม่ได้มีตำแหน่งอะไรเลย ตนยังเป็นสส.ที่ไม่สามารถเข้าสภาได้ เนื่องจากถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ ยังยืนยันว่าจิตใจยังเต็มร้อย และยังเดินหน้าทำงานในช่วงที่รอคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ช่วงนี้อาจเจอตนมากกว่าเดิม และจะเดินหน้าเขย่าการเมืองไทย เขย่าปัญหาของประชาชน ผ่านตะแกรงร่อนเพื่อส่งต่อให้กับสส.พรรคก้าวไกล และฝ่ายค้าน ที่ยังอยู่ในสภา รวมถึงเตรียมเดินทางไปทั่วประเทศ และต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญ คืนสถานะให้จะมีโอกาสกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า ไม่ได้ปฏิเสธ แต่เป็นเรื่องของอนาคต ต่อข้อถามว่า มีอะไรฝากถึงด้อมส้มหรือผู้สนับสนุนที่กำลังขวัญเสีย กับการลาออกจากหัวหน้าพรรคหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า เจอกันทั่วประเทศ เจอกัน ทั่วโลก และจนกว่าเราจะกลับมาเจอกันใหม่

เผยมี 4-5 คนเหมาะนั่งแทน

ผู้สื่อข่าวถามถึงคุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็น หัวหน้าพรรคก้าวไกลคนใหม่ นายพิธากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการประชุมวิสามัญพรรค รวมถึง คนที่ถูกเสนอชื่อจะยอมรับตำแหน่งหรือไม่ ส่วนตัวมองว่ามีบุคคลเหมาะสมที่จะนำพรรคกว่า 4-5 คน ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาคนบู๊หรือบุ๋น ซึ่งตนไม่กังวลใจอะไร แต่พรรคก้าวไกลไม่ได้ เป็นพรรคที่มีเจ้าของที่ไม่สามารถสืบทอดอำนาจได้ เรื่องนี้มีระบบ มีกฎหมาย มีข้อบังคับ รับรอง เชื่อว่าพรรคก้าวไกลมีความพร้อม เมื่อถามว่า น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล หรือไหม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลเหมาะสมหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า มีเหมาะสม 4-5 คน ซึ่งน.ส.ศิริกัญญา เป็นหนึ่งในนั้น

ส่วนกระแสข่าวที่พรรคก้าวไกลจะขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก รองประธานสภาคนที่ 1 เพื่อรักษาตำแหน่งรองประธานสภา นายพิธากล่าวว่า หลังจากประชุมวิสามัญพรรรค เป็นหน้าที่ของกก.บห.ชุดใหม่ที่จะหารือกับนายปดิพัทธ์ ฉะนั้นต้องรอเวลา และฟังความเห็นของนายปดิพัทธ์ด้วย

ต่อข้อถามถึงกรณีที่นายพิธาติด 1 ใน 100 ผู้มีอิทธิพลในนิตยสาร Time นายพิธากล่าวว่า ดีใจที่ทั่วโลกเห็นความพยายามที่จะเขย่าการเมืองไทย พร้อมที่จะขยับเขยื้อนให้ประเทศไทยมีส่วนสำคัญในบริบทอาเซียน และบริบทโลก รวมถึงการถ่วงดุลอำนาจเพื่อนำประเทศไทยสู่อนาคตได้ เมื่อถามว่า หากให้คำนิยามการเมืองไทยรอบนี้จะให้ว่าอย่างไร นายพิธากล่าวว่า คิดว่าเป็นการเมืองของคน 1% กับการเมืองของคน 99% และพรรคก้าวไกลพร้อมที่จะรับรองคน 99% เพื่อต่อสู้กับคน 1%

23 ก.ย.เลือกผู้บริหารใหม่

ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน รักษาเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 23 ก.ย.พรรคก้าวไกลจะมีการประชุมวิสามัญ วาระสำคัญ คือการเลือกกก.บห.ชุดใหม่ ผู้สื่อข่าว ถามว่า มีการวางตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ ไว้หรือยัง นายชัยธวัชกล่าวว่า ต้องรอผลสรุปในที่ประชุมวิสามัญพรรคก่อน ต่อข้อถามว่านายปดิพัทธ์ สันติภาดา สส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล จะลาออกจากรองประธานสภา คนที่ 1 หรือให้พรรคขับออกจากพรรค เพื่อเป็นรองประธานสภาต่อไป นายชัยธวัชกล่าวว่า เมื่อมีกก.บห.ชุดใหม่แล้วคงมีการหารือกับนายปดิพัทธ์

ต่อข้อถามว่า การลาออกของนายพิธาหมายความว่าพรรคก้าวไกล จะไม่ยอมเสียตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า เป็นข้อเสนอของนายพิธาเอง ที่คิดว่าพรรคก้าวไกล ควรทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างสมบูรณ์ ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านควรมาจากพรรคหลักของฝ่ายค้าน จึงเป็นเหตุผลให้ นายพิธาสละตำแหน่งหัวหน้าพรรค ณ ขณะนี้ ซึ่งกก.บห.ได้หารือกัน รวมถึงพูดคุยในที่ประชุม สส.แล้ว จนได้ข้อยุติ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยุทธศาสตร์ของพรรค ก้าวไกล คือมีทั้งตำแหน่งรองประธานสภาและผู้นำฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการพูดคุยของกก.บห.ชุดใหม่ หลังจากประชุมวันที่ 23 ก.ย. จะมีความชัดเจนในเรื่องต่างๆ มากขึ้น ต่อข้อถามว่า หลังจากนี้นายพิธาจะมีตำแหน่งอะไรในพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า รอให้มีกก.บห. ชุดใหม่ก่อน หลังจากนั้นคงมีการจัดวางว่านายพิธาจะอยู่ในตำแหน่งอะไร นายพิธา ยังเป็นส่วนหนึ่งและเป็นผู้นำของพรรคอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคก็ตาม

‘ชัยธวัช’เต็งจ๋าขึ้นเป็นแม่ทัพ

ต่อข้อถามว่า หากนายพิธาพ้นข้อสงสัยเรื่องคดีถือหุ้นไอทีวี พร้อมกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า คิดว่าผู้นำพรรคชุดใหม่พร้อมเปิดทางให้ นายพิธากลับมาเป็นหัวหน้าพรรคโดยสมบูรณ์อีกครั้ง แต่จะมีความชัดเจนอย่างไรนั้นต้องรอ กก.บห.ชุดใหม่

ผู้สื่อข่าวถามถึงสเป๊กของหัวหน้าพรรค คนใหม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า รอที่ประชุมวิสามัญดีกว่า ส่วนจะมีโอกาสที่ตนจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่นั้น ต้องดูผลที่ประชุม วิสามัญเนื่องจากมีความคิดเห็นที่หลากหลาย ต่อข้อถามว่า หากที่ประชุมเห็นชอบ นายชัยธวัช พร้อมทำหน้าที่หัวหน้าพรรคหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า “เดี๋ยวค่อยว่ากัน ผมยังชอบเป็นเลขาธิการพรรคอยู่”

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากบอกอะไรกับผู้สนับสนุน พรรคถึงกรณีดังกล่าว นายชัยธวัชกล่าวว่า เราเอง ก็เสียใจ แต่เป็นการตัดสินใจของนายพิธาเอง คิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพรรคในขณะนี้ ต้องนับถือการตัดสินใจของนายพิธา ส่วนตัวเชื่อว่าเรื่องคดีหุ้นไอทีวีของนายพิธาไม่น่า มีปัญหาอะไร เพียงแต่รอเวลาที่นายพิธา จะกลับมาทำหน้าที่สส.อย่างสมบูรณ์

ต่อข้อถามว่า เป็นเกมบีบพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ใช่ จริงๆ เรื่องนี้มีการตีความกันเยอะ แม้กระทั่งภายในพรรคเอง ก็ยังมีความเห็นว่า ยังสามารถเสนอชื่อนายพิธา เป็นผู้นำฝ่ายค้านได้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าปัญหานี้ใครจะตีความ นายพิธาจึงตัดสินใจลาออกเพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยไม่ต้องตีความกัน คิดว่าทุกคน เอาเป้าหมายส่วนรวมเป็นที่ตั้ง “แต่ไม่เสียขวัญ รอเป็นนายกฯ ทีเดียว”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายชื่อตัวเต็งที่จะได้รับ การเสนอชื่อเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป คาดว่า น่าจะเป็น นายชัยธวัช

‘หมออ๋อง’ขอฟังกก.บห.เท่านั้น

เวลา 13.20 น. ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 แถลงว่า ตนจะเดินทางไปศึกษางานที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 21-24 ก.ย. เพื่อดูว่ารัฐสภาสิงคโปร์มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี รวมถึงขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ได้อย่างไร และเพื่อศึกษาการแก้ไขปัญหาเรื่องหมอกควัน เพราะขณะนี้ไม่สามารถปล่อยให้พี่น้องทางภาคเหนือเผชิญปัญหา pm2.5 ซึ่งมาทุกปีแน่นอน โดยไม่มีความคืบหน้าหรือเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย ได้อีกต่อไป ซึ่งจะดูว่าสิงคโปร์ซึ่งเคยรับศึกหนัก เมื่อ 10 ปีก่อน สามารถฟื้นฟูและดีขึ้นได้อย่างไร นอกจากนั้นจะไปเยี่ยมคนไทยทั้งกลุ่มแรงงานและนักศึกษาไทยในสิงคโปร์ด้วย

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการในฐานะรองประธานสภา คนที่ 1 และประธานกรรมการขับเคลื่อนนโยบายรัฐสภาโปร่งใสและสมรรถนะสูง จะมีการแถลงอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 27 ก.ย. ทั้งเรื่องโรดแม็ปโครงการต่างๆ ที่ทำมาแล้วและประสบความสำเร็จ และที่จะทำในอนาคต สำหรับเรื่องการส่งมอบอาคารรัฐสภานั้น วันที่ 18 ก.ย. จะมีประชุมเพื่อตรวจรับงาน หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ไม่พบข้อบกพร่องต่างๆ จะส่งมอบได้ภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ และจะจัดงานใหญ่ เพื่อให้ประชาชนมาฉลองร่วมกันในวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายพิธาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล เกี่ยวเนื่องมาถึงตำแหน่งรองประธานสภาหรือไม่ นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ตนจะรอคุยเรื่องนี้กับกก.บห.ชุดใหม่เท่านั้น ต่อข้อถามว่ายินดีจะปฏิบัติตามมติพรรคหรือไม่ นายปดิพัทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มี มติพรรค ต้องขอดูมติก่อนว่าแนวทางต่างๆ เป็นอย่างไร ขอยืนยันว่าสิ่งที่พรรคก้าวไกลตัดสินใจ จะเป็นประโยชน์ไม่ใช่ต่อพรรคเอง แต่ต่อประเทศชาติด้วย

เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าอาจใช้วิธีขับ นายปดิพัทธ์ออกจากพรรคก้าวไกล ให้ย้ายไปพรรคอื่นเพื่อจะรักษาตำแหน่งรองประธานสภาต่อ และพรรคก้าวไกลได้ผู้นำฝ่ายค้านด้วย นายปดิพัทธ์กล่าวว่า เป็นข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญ เราไม่ควรจะโดนข้อจำกัดมาบีบให้ต้องทำอะไร ที่ไม่ตรงไปตรงมา แต่หากข้อจำกัดมีอย่างนั้นแล้วทางพรรคเห็นสมควรอย่างไร ก็เป็นเรื่องของพรรค ตนจะทำงานให้เต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากพรรคก้าวไกลใช้วิธี ขับนายปดิพัทธ์ ออก ต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 30 วัน ถ้าหาไม่ได้จะพ้นสมาชิกภาพสส. ซึ่งคาดว่าหากขับออกจะไปอยู่กับพรรคเป็นธรรม ที่อยู่ซีกพรรคก้าวไกลมาตลอด

‘ราเมศ’กางรธน.-ต้องอำลา

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า กรณีที่นายพิธา ลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นเรื่องภายในของพรรคก้าวไกล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเห็นไปแล้วว่าตำแหน่งผู้นำ ฝ่ายค้านในสภา เป็นสิทธิของพรรคก้าวไกล เพราะเป็นพรรคที่มีสส. มากที่สุดในฝั่งของฝ่ายค้าน เมื่อมีการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล คนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไปจะต้องเป็น สส. เพื่อจะได้ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านได้

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาคนที่ 1 ของนายปดิพัทธ์ เชื่อว่าจะมีการลาออกในอีก ไม่นานนี้ เพื่อให้พรรคก้าวไกลมีหัวหน้าพรรคที่มีหลักเกณฑ์ครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 106 กำหนดไว้ว่า ผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น สส. และเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภา ที่มีจำนวนสส.มากที่สุด และสส.มิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภา หรือรองประธาน และนายปดิพัทธ์ ยังมีเรื่องคดีที่ได้กระทำความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ฐานโฆษณา มาตรา 43 จะไปผูกโยงที่ต้องถูกตรวจสอบเรื่องจริยธรรมต่อไป แม้มีการลาออกจากตำแหน่งรองประธานก็ตาม ส่วนตำแหน่งรองประธานสภา คนที่ 1 เป็นเรื่องของเสียงข้างมากฝ่ายรัฐบาลที่จะเลือกใครมาดำรงตำแหน่ง

นายกฯขอดูปมชี้มูล‘เพิ่มพูน’

จากกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหาในคดีกลับคำสั่ง ไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ในข้อหา ขับรถยนต์ชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 เนื่องจาก มีขบวนการช่วยเหลือในการเปลี่ยนพยาน หลักฐาน ด้านความเร็วรถ มีผู้ถูกกล่าวหารวม 15 ราย ซึ่งในกรณีของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปัจจุบันเป็น รมว.ศึกษาธิการ ทางป.ป.ช. มีมติส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนดำเนินการทางวินัยตามอำนาจหน้าที่เนื่องจากเห็นว่ามิใช่ เป็นความผิดร้ายแรง ตามมาตรา 64 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว หากมีเรื่องส่งมาต้องขอดูเรื่องทั้งหมดก่อน จึงยังไม่ได้ทำความเข้าใจว่ามีการตัดสินอย่างไร มีคำเสนอแนะอย่างไร มีวิธีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร คงต้องขอดูเรื่องก่อน ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ หากเรื่องดังกล่าว ส่งมาให้นายกฯ พิจารณาโทษทางวินัยรัฐมนตรี นายเศรษฐากล่าวว่า อย่างที่บอกแล้วว่า ไม่ทราบเรื่อง ยังไม่ได้เห็นตัวเอกสาร ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐมนตรีด้วย นิดหนึ่ง ใจเย็น

ก.ก.จี้เร่งเช็กบิล

ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ที่ขณะนี้ดำรงตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ และถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิดเช่นนี้ ซึ่งร้ายแรงหรือไม่ไม่ทราบ แต่มีการส่งเรื่องให้นายกฯ ที่เป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการ ตำรวจ (ก.ตร.) เป็นผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการต่อ ความเหมาะสมของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ที่ยังคงดำรงตำแหน่งนี้ ที่เปรียบเสมือนเป็น ครูใหญ่ของประเทศ มีความเหมาะสมหรือไม่ที่จะออกนโยบาย สอนให้เด็กซื่อสัตย์ สุจริต นายกฯ จะดำเนินการย้อนหลังอย่างไรกับเรื่องนี้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรม

นโยบายที่นายกฯ เพิ่งแถลงต่อสภาไม่มีความชัดเจนเรื่องความเหลื่อมล้ำในกระบวนการ ยุติธรรม โดยเฉพาะในหมู่คนจนและคนรวย สิ่งที่ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดที่เอี่ยวกับคนหลายกลุ่ม เป็นตัวรับรองว่ามีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริง คนที่เป็นผู้นำฝ่ายบริหาร และเห็นความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่เหลื่อมล้ำ ถ้าท่านจริงใจ ต้องมาจัดการเรื่องนี้ให้สิ้นกระแส ความ นั่นคือตรวจสอบคนที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีให้ถูกดำเนินคดีทั้งหมดตามสิ่งที่เขาเคยทำ นี่คือสิ่งจำเป็นที่ผู้นำประเทศ ต้องทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ควรถอดถอนพล.ต.อ.เพิ่มพูน ออกจากรมว.ศึกษาธิการหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า หากต้องการความเหมาะสม ควรทำในสิ่งที่ไม่ให้ประเทศชาติด่างพร้อยเสียหาย แต่ตนไม่เชื่อว่านายกฯ จะกล้าทำแบบนั้น เพราะ พรรคที่ท่านสังกัดและได้เป็นรัฐมนตรีครั้งนี้ เป็นพรรคการเมืองหลักในการตั้งรัฐบาล แต่เมื่อไม่กล้าแล้วจะอธิบายอย่างไรให้ประชาชน เข้าใจ

เปิดเซฟอึ้ง-‘มนพร’มีแค่ 6,819 บ.

วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ 53 ราย กรณีสส.เข้ารับตำแหน่ง เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2566 และกรรมการการ เลือกตั้ง พ้นจากตำแหน่ง ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ

สำหรับรายที่น่าสนใจ อาทิ นางมนพรศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย กรณีเข้ารับ ตำแหน่งสส.เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2566 โดย นางมนพร ยื่นข้อมูลทรัพย์สิน เงินฝาก 6,819 บาท เท่านั้น และแจ้งด้วยว่ามีรายได้รวมต่อปีทั้งสิ้น 1,362,720 บาท ซึ่งเป็นเงินเดือน และเป็นรายจ่ายต่อปี 730,714 บาท

การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นางมนพร ครั้งนี้ เป็นกรณีเช่นเดียวกับเมื่อครั้งที่นางมนพร ยื่นทรัพย์สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งสส. เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2566 โดยระบุว่าไม่มีทรัพย์สินในส่วนของเงินสด เงินลงทุน เงินให้ กู้ยืม ที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ สิทธิและสัมปทาน รวมทั้งทรัพย์สินอื่นๆ ก็ไม่มีการยื่นเช่นเดียวกัน

เมื่อพ้นจากตำแหน่งสส.ดังกล่าว นางมนพร แจ้งว่ามีเงินฝาก 72,315 บาทเมื่อเทียบกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งสส.ครั้งนี้ พบว่า นางมนพรมีทรัพย์สินลดลง 65,496 บาท ส่วนปัจจุบันนางมนพร เป็นรมช.คมนาคม

นางมนพรให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ตนได้อัพเดตสเตตเมนต์และเหลือเงินในบัญชีเพียงเท่านั้นจริงๆ เพราะตนเป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้เงินตามกำลังที่มีทั้งส่วนตัวและช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หากให้ ตนยื่นในช่วงปลายเดือน จะมีเงินเป็นหลักแสนบาท เพราะมีเงินเดือนและค่าตอบแทนของสส.โอนเข้ามาในบัญชี ยืนยันว่าในวันที่ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน มีเงินเพียง 6,819 บาท

‘ชลน่าน-เมีย’อู้ฟู่ 561 ล้าน

ด้านนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย ยื่นบัญชีทรัพย์สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.วันที่ 4 ก.ค2566 มีทรัพย์สินรวม 561,444,058 บาท เป็นทรัพย์สินของนพ.ชลน่าน 9,666,395 บาท ทรัพย์สินของ น.ส.นวลสกุล บำรุงพงษ์ คู่สมรส 551,393,408 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินของ น.ส.นวลสกุลที่มีมูลค่าถึง 501,339,338 บาท ขณะที่นพ.ชลน่าน มีพระเครื่อง 8 องค์ มูลค่า 3.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับตอน ที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินกรณีพ้นตำแหน่งสส.วันที่ 20 มี.ค.2566 นพ.ชลน่านมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 588,781 บาท

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ รักษาการ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กรณีเข้ารับตำแหน่งสส. เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2566 พร้อม นางประภาพรรณ ศิรินิล คู่สมรส โดยมีบัญชีทรัพย์สินทั้งสิ้น 42,371,790 บาท เป็นทรัพย์สินของนายชูศักดิ์ 26,179,144 บาท และนางประภาพรรณ 16,192,646 บาท ซึ่งนายชูศักดิ์แจ้งบัญชีทรัพย์สินอื่นๆ ไว้ 8 รายการ อาทิ พระเลี่ยมทอง 12 องค์ พระเครื่อง พระบูชา ประมาณ 90 องค์ นาฬิกาหรู สร้อยคอทองคำ และเครื่องประดับ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กรณีเข้ารับตำแหน่งสส. วันที่ 4 ก.ค.2566 มีทรัพย์สินรวม 87,266,034 บาท เป็นทรัพย์สินนายสมศักดิ์ 33,072,641 บาท ทรัพย์สินนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน คู่สมรส 54,193,393 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร เงินลงทุน 15.3 ล้านบาท ที่ดิน 4 แปลง ที่จ.ลำปาง สุโขทัย และนนทบุรี มูลค่า 23 ล้านบาท รถยนต์ 1 คัน 4 ล้านบาท ทรัพย์สินอื่นๆ 7.6 ล้านบาท อาทิ แหวนเพชร ตุ้มหูเพชร สร้อยคอทองคำหลายรายการ

‘อนุชา’สะสมปืน 40 กระบอก

นายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม พรรคชาติไทยพัฒนา กรณีเข้ารับตำแหน่งสส. วันที่ 4 ก.ค.2566 มีทรัพย์สินรวม 396,068,741 บาท เป็นทรัพย์สินนายอนุชา 209,052,671 บาท ทรัพย์สินนางสุมลรัตน์ สะสมทรัพย์ คู่สมรส 187,016,070 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่ เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคารร่วม 70.9 ล้านบาท เงินลงทุน 102.7 ล้านบาท ที่ดิน 6 แปลง จ.นครปฐม รวม 27 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง รวม 30 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 94.9 ล้านบาท และทรัพย์สิน อื่นๆ รวมกว่า 66 ล้านบาท โดยเป็นอาวุธปืนของนายอนุชาถึง 40 กระบอก พระเครื่อง 11 องค์ 27 ล้านบาท ส่วนทรัพย์สินอื่นๆ ของนางสุมลรัตน์ เป็นชุดเครื่องประดับอัญมณี แหวนเพขร สร้อยคอ รวมกว่า 30 ล้านบาท

ส่วนนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สส.บัญชี รายชื่อ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีเข้ารับตำแหน่งสส. เมื่อวันที่ 4 ก.ค.2566 มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 111,320,933 บาท แบ่งเป็นเงินสด 1,900,00 บาท เงินฝาก 68,673,233 บาท ที่ดิน 34,248,450 บาท ยานพาหนะ 2,100,000 บาท และทรัพย์สินอื่นๆ 4,399,255 บาท โดยนายศักดิ์สยามได้แจ้งโฉนดที่ดิน 19 แปลง รวมถึงทรัพย์สินอื่นๆ 10 รายการ อาทิ พระเครื่องเลี่ยมทอง 2 องค์ งาช้าง 1 คู่ อาวุธปืน 3 กระบอก สร้อยคอทองคำ 2 เส้นหนักรวม 15 บาท โดยไม่ได้แจ้งรายการหนี้สิน

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กรณีเข้ารับตำแหน่งสส. วันที่ 25 พ.ค.2566 มีทรัพย์สินรวม 13,036,195 บาท ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินฝากในบัญชีธนาคาร 10,348,395 บาท เงินลงทุน 1,000 บาท ที่ดิน 1 ไร่ ที่อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 1.2 ล้านบาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 416,8000 บาท ยานพาหนะ 1 คัน เป็นมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า มูลค่า 30,000 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ 1,040,000 บาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน