สระบุรี – นายพยนต์ มูลเกิด เจ้าของสวนตะไคร้ เผยเคยทำงานบริษัท เป็นผู้จัดการส่งขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างประเทศ สินค้านำเข้าจากอังกฤษ ทำงานบริษัทได้ระยะหนึ่ง อยากกลับมาอยู่บ้านอ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จึงมาเช่าพื้นที่หมู่ 8 ต.ไผ่ต่ำ อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เดิมมีพื้นที่เพียง 4 ไร่ ต่อมาเช่าที่เพิ่ม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกตะไคร้ 150 ไร่ คนงาน 20 คน มีความสุขกับงานปลูกตะไคร้ ไม่มีเจ้านาย ไม่ต้องออกเดินทาง มีความสุขกับงาน
เลือกปลูกตะไคร้เพราะเป็นพืชที่ปลูกง่าย และมีช่องทางออกไปขายยังต่างประเทศ หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูก ส่งขายตลาดไทยต่อมาพอรู้ลู่ทางก็ส่งโรงงาน ผู้ผลิตอาหารขายต่างประเทศ และผู้ส่งออกตะไคร้ไปยุโรป ต่างประเทศ ก็มีลูกค้ามารับที่สวนเอง และไปส่งที่ดอนเมือง ส่งทุกวันวันละ 3-5 ตัน อุปสรรคอันตรายไม่มีจะมีก็ฝนตก น้ำท่วม ตะไคร้มีสองพันธุ์ พันธุ์เกษตรกับพันธุ์พื้นบ้าน ที่ปลูกเป็นพันธุ์เกษตร พันธุ์เกษตรนี้ต้นจะใหญ่ โตเร็ว ทนต่อโรคและน้ำหนักดี ส่วนพันธุ์พื้นบ้านต้นจะเล็ก แต่มีกลิ่นหอมกว่า แรกๆ ส่งขายที่ตลาดไทย ทุกปีจะมีเจ้าหน้าที่ทางวิชาการเกษตรมาตรวจดูและว่าทำอย่างไร ปลูกอย่างไร ดูแลอย่างไร มีการจดบันทึกข้อมูลหรือไม่ มีการบันทึกภาพหรือไม่ ทำถูกสุขลักษณะอย่างไร แล้วจึงออกใบอนุญาตให้ ต่อไปจะมีหน่วยงานเอกชนเป็นผู้มาตรวจสอบ เพราะการส่งสินค้าออกนอกประเทศต้องมีมาตรฐาน
ราคาขายเป็นช่วงราคา มีตั้งแต่กิโลกรัมละ 5 บาทถึง 10 บาท เป็นราคาที่ส่ง แต่ถ้าเป็นราคาคัดต้นและส่งออก จะได้ราคาที่ดีกว่านี้อยู่ระหว่าง 15 บาท ถึง 35 บาท ต่อกิโลกรัม ถ้าเป็นผู้ส่งออกจะเลือกต้นใหญ่ แต่ถ้าส่งไปขายตลาดก็เป็นเบอร์ร่วม อยู่ที่ประมาณ 5-10 บาทต่อกิโลกรัม ทุกอย่างต้องทำให้ได้มาตรฐาน