สถานการณ์ข้าวเวลานี้ถือว่าราคายังดีอยู่ โดยข้าวขาวราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 20.50 บาท ในความชื้นที่ 25% จากข้าวเปลือกเจ้าที่ราคาตันละ 12,000-13,000 บาท สูงกว่าราคาในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ ตันละ 8,000-9,000 บาท
ทางสมาคมโรงสีข้าวไทย อยากให้กระทรวงพาณิชย์ ยังคงมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงสี โดยเฉพาะเรื่องมาตรการชดเชยดอกเบี้ย อยากให้ดำเนินการต่อไป โดยครั้งนี้อยากให้เพิ่ม การชดเชยอัตราดอกเบี้ยจากร้อยละ 3 เป็นร้อยละ 4 เนื่องจากสถานการณ์ดอกเบี้ยเวลานี้อยู่ในช่วงขาขึ้น
สำหรับงบประมาณที่คาดว่าจะใช้ชดเชยดอกเบี้ย น่าจะอยู่ที่ ไม่เกิน 700 ล้านบาท ทั้งนี้ หากสามารถช่วยเหลือได้ จะทำให้ โรงสีไม่ต้องแบกภาระต้นทุนมาก จะทำให้โรงสีสามารถซื้อข้าวจากเกษตรกรในราคาที่สูงขึ้นได้
ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อการรับซื้อข้าวจากเกษตรกร

มาตรการลดค่าไฟ-ค่าน้ำมันของรัฐบาล ยอมรับว่าช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการโรงสีเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ ภาคเอกชนมองว่า ประเทศไทยผลผลิตข้าวจะไม่ขาดแคลน แม้บางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ผลผลิตลดลงประมาณร้อยละ 10 หรือคิดเป็นจำนวนข้าวเปลือกที่ลดลง 6-7 แสนตัน จากผลผลิตทั้งหมดประมาณ 7 ล้านตันข้าวเปลือก
นอกจากนี้ ยังคงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ยังคงโครงการ สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อชะลอการขายไม่ให้ ข้าวออกมาพร้อมกันมากเกินไป และจะเป็นการช่วยพยุงราคาข้าวในตลาดด้วย สำหรับเป้าหมายปริมาณข้าวที่เก็บนั้นก็คาดว่าประมาณ 2.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่มีการชะลอเก็บอยู่แล้ว
ส่วนมาตรการลดค่าไฟ-ค่าน้ำมันของรัฐบาล ยอมรับว่าช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการโรงสีเป็นอย่างมาก เนื่องจากค่าไฟถือเป็นต้นทุนหลักในการสีข้าว เพราะค่าไฟถือเป็นต้นทุนการผลิตประมาณ 40% นอกจากนั้นก็จะเป็นต้นทุนส่วนอื่นๆ เช่น ค่าแรง เป็นต้น
แม้มาตรการที่ออกมาจะยังช่วยลดต้นทุนที่ขึ้นมาแล้ว 30% ไม่ได้ แต่ยอมรับว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ประกอบการได้มากในตอนนี้