ภาพยนตร์ดราม่า-สยองขวัญเรื่อง “กุมาร” (KUMARN) อำนวยการสร้างโดยบริษัท เฮาส์ออฟอัส จำกัด ผลงานการกำกับการแสดงและเขียนบทของ ‘โอ๋’ ฐิติพันธ์ รักษาสัตย์ หรือ ‘มาดามฟันนี่’

นำแสดงโดย ‘แคร์’ ปาณิสรา ริกุลสุรกาน (กิ่ง), ‘อ้วน’ เด่นคุณ งามเนตร (นพ), ‘พิ้งกี้’ สาวิกา ไชยเดช (แพม), ‘โมช’ ปาโมช แสงศร (อิน), ‘อาร์ตี้’ ธนฉัตร ตุลยฉัตร (พระธุดงค์), ‘บอส’ คงณัฐ เชยสุวรรณ (สารวัตร), ‘พลอย’ พลอยวรินทร์ แสนไชย (หน่อย) และ ‘อั่งเปา’ กฤษฎิ์ ณัฏฐสมบูรณ์ (เกม)
กิ่งพาเกมลูกชายไปพักร้อนที่บ้านกลางป่า แต่มีชายแปลกหน้าบุกเข้าบ้านแล้วลักพาตัวเกมไป พอไปแจ้งความจึงจับได้ว่าชายคนนั้นชื่ออิน เป็นสัปเหร่อที่วัด แต่อินปฏิเสธ กิ่งหาหลักฐานเพื่อเอาผิดไม่ได้ จึงตามหาพระธุดงค์ในป่าเพื่อขอความช่วยเหลือแต่กลับหลงป่า แล้วไปเห็นอินทำพิธีกรรมผ่าศพคนตาย ท้องกลม เพื่อเอาศพเด็กมาทำกุมาร
อินไล่ล่ากิ่งจนทำให้เธอเสียสติ เมื่อนพแฟนของกิ่งมาหาที่บ้านพร้อมกับแพมพยาบาลที่ช่วยงานเขาอยู่ ก็พบว่ากิ่งเสียสติเหมือนคนบ้า กิ่งหวงแหนกุมารที่ถือแน่นไว้ในมือ และเชื่อว่าเป็นลูกของเธอที่หายไป
โอ๋ ฐิติพันธ์ ผู้กำกับฯ เผยว่า “กุมารเป็นหนังสยองขวัญที่ไม่ได้ตีแผ่ แต่ตั้งคำถาม ให้กับคนดูว่าอะไรคือสิ่งสำคัญในชีวิต แต่ละคนจะได้ตีความตามสไตล์ของตัวเอง เพราะเราผ่านชีวิตมาต่างกัน แต่เน้นหลักๆ คือ บันเทิง ตื่นเต้น หลอนขนหัวลุก เป็นหนังสไตล์ใหม่ของเฮาส์ออฟอัส เสน่ห์ของภาพยนตร์คือความดราม่าสยองขวัญที่ผนวกกันเป็นความบันเทิงและตื่นเต้น”

“สำหรับนักแสดง มีความเชื่อว่ากุมารเป็นคนเลือก เพราะคิวดาราหลังช่วงโควิดค่อนข้างแน่น ไม่มีคนไหนว่าง จนต้องขอพรจากกุมารเกม ให้ช่วยจัดสรรนักแสดงที่ใช่มาให้ได้ครบทุกคน แต่ขาดตัวละครแพมที่เกมมาเข้าฝันให้รอก่อนเดี๋ยวแพมจะมา แล้วอยู่ๆ หน่อย (ณฐพร สิริภัคชรัสมิ์) โปรดิวเซอร์ก็บอกว่าพิ้งกี้สนใจอยากเล่น ส่วนนักแสดงเด็กคัดเลือกจากเด็กๆ กว่า 50 คน แต่ได้น้องอั่งเปาที่ไม่เคยเล่นหนังมาก่อน”

ด้าน แคร์ ที่รับบท กิ่ง กล่าวว่า “ความฝันของกิ่งคือการมีลูกและครอบครัวที่อบอุ่นทดแทนสิ่งที่ขาดไปในวัยเด็ก อ่านบทครั้งแรกก็รู้สึกว่ากิ่งเป็นตัวละครที่น่าสนใจ ตัวเราเองยังไม่เคยได้รับคาแร็กเตอร์ประมาณนี้ด้วย รู้สึกท้าทาย ตัวละครกิ่งจะมีความหลากหลายอารมณ์ความรู้สึกมาก ก็เป็นจุดนึงที่ท้าทาย ถามว่าเชื่อเรื่องลี้ลับมั้ย จริงๆ ไม่ได้เป็นคนมีเซนส์หรืออะไร แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ค่ะ”

ฟาก เด่นคุณ ที่รับบท นพ เผยว่า “ตอนถ่ายทำรู้สึกว่าเป็นหนังที่มีความศักดิ์สิทธิ์ จนต้องเตือนตัวเองเสมอว่าอย่าเผลอไปทำอะไรที่ไม่เข้าท่า ส่วนตัวเป็นคนเชื่อเรื่องกุมาร เพราะมีโอกาสได้สัมผัสอยู่ 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่จะมาแบบแกล้งกัน ส่วนเรื่องลี้ลับก็เจอประจำ เวลาเลิกกองกลับโรงแรมก็เจอเรื่องแปลกๆ บ่อย ส่วนตัวกลัวผีมั้ย ผมเคยเจอแล้ว บอก เลยว่ากลัว ใครบอกว่าผีไม่มีจริง ผมกล้า รับประกันว่าผีมีจริง อยากให้ชมเรื่องนี้ครับ มันเป็นศิลปะที่สื่อสารเรื่อง กิเลส ตัณหา ความหยาบ ความผิดพลาด ความพลาดพลั้ง ผมว่ากิเลสหรืออะไรก็ตามที่อยู่ในภาพยนตร์ทำให้ได้เรียนรู้ด้วย”

ด้าน พิ้งกี้ เผย “เรื่องนี้เล่นเป็นเเพมค่ะ เป็นพยาบาลที่มีนัยยะแอบแฝงมีปูมหลัง พอได้รับการติดต่อมา รู้สึกว่าน่าเล่นมาก เรื่องนี้เป็นแนวสยองขวัญที่เอาปมความเชื่อของคนไทย ผูกกับเรื่องศีลธรรมและความถูกต้องของทางเลือก เชื่อว่าคนที่ดูสามารถรับสารนั้นได้ว่า ดูแล้วจะได้อะไรกลับไปแน่นอน”

“กี้เชื่อเรื่องมิติในธรรมชาติ น่าจะยังมีมิติคู่ขนานและมิติอื่นๆ อีกมากมายซ้อนทับอยู่ กุมารในความหมายที่เข้าใจเป็นคำนิยามของเด็กที่เป็นเทพ ปรากฏทับซ้อนอยู่กับมิติของมนุษย์ธรรมดาอย่างเราและปรากฏการณ์แบบนี้ก็มีให้กล่าวถึงในหลายๆ ประเทศ เพียงแต่อธิบายแตกต่างกัน เพราะฉะนั้น กี้เชื่อว่าตราบใดที่ไม่ได้มีข้อลบล้างถึงความไม่มีอยู่จริง ก็คงจะเชื่ออยู่ว่าสิ่งนั้นก็อาจจะเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง”
หนุ่ม โมช ที่รับบทสัปเหร่อเผยว่า “อินเป็นสัปเหร่อที่ชอบเรื่องวิชาอาคมไสยศาสตร์ เอาศพเด็กมาทำเป็นกุมาร ดีใจที่ได้กลับมาแสดงภาพยนตร์และก็ได้มาเล่นบทนี้ที่ไม่เคยแสดงมาก่อน ส่วนตัวผมมีความเชื่อเรื่อง พวกนี้ครับ คิดว่ากุมารก็เป็นพลังงานที่น่าจะหลงเหลือในโลกนี้ ถ้าเจอแบบเป็นตัวเป็นตนยังไม่เคยเจอ เเต่มีเรื่องแปลกคือผมมีกุมาร ที่ได้มา เหมือนแม่จะได้ยินเสียงเวลาที่เรา ไม่อยู่บ้านที่ชั้นบนหรือแอร์เปิดเอง แต่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากพลังงานเหล่านี้หรือเปล่า”

อีกหนึ่งหนุ่ม อาร์ตี้ พูดถึงบทพระธุดงค์ ที่ตัวเองเล่นว่า “ผมรับบทเป็นพระธุดงค์ ที่ธุดงค์มาหลายปี มีอดีตที่เจ็บปวด ส่วนตัวถามว่าเชื่อเรื่องกุมารมั้ย ผมมีความเชื่อครับ กลัวผีมั้ยกลัวที่สุด เวลาไปกองก็มีพกติดตัวไปบ้างเพื่อความสบายใจ แต่ก็ยังไม่เคยเจอเรื่องลี้ลับ”
“กุมาร” (KUMARN) เข้าฉายให้ชมอยู่ตอนนี้ในโรงภาพยนตร์