ขอนแก่น – นพ.สุรพันธ์ เจริญธัญรักษ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สาขาอายุรกรรมโรคระบบทางเดินหายใจและวิกฤตทางเดินหายใจ ร.พ.ขอนแก่น โพสต์ภาพปูนาพร้อมภาพเอกซเรย์ปอดของผู้ป่วย ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเตือนว่า “ตั้งสติก่อนกิน ตำปูปลาร้าดิบ คนไข้ เด็กชาย อายุ 15 ปี จากประเทศลาว ดื่มสุราใช้บุหรี่ไฟฟ้า ไม่มีโรคประจำตัว เจ็บหน้าอกชายโครงด้านขวาล่าง ปวดไปด้านหลัง 10 วัน ไปหาคลินิกฉีดยากล้ามเนื้ออักเสบ 4 วันต่อมาไข้สูงหนาวสั่น ไอ ปวดมากขึ้นจนนอนไม่ได้ มา ร.พ. เอกซเรย์ปอด พบโพรงฝีหนองในปอดขวา 10 เซนติเมตร และได้สอบถามประวัติว่ากินของดิบมั้ย ตอนปกติไม่กิน แต่ตอนเมาไม่รู้ สงสัย กลุ่ม parasites ทำ bronchosccope ล้าง ดู wet smear เท่านั้นแหละครับ ว้าวุ่นเลย เต็มไปด้วย #paragonimus วิ่งไปมา เต็มไปหมด มันเป็นพยาธิชนิดหนึ่งที่อาศัยในปูน้ำจืด แถวบ้านเรา ชอบเอาไปใส่ตำปูปลาร้า คิดว่าดองเค็มแล้วพยาธิมันตายแต่มันไม่ตาย คนกินเข้าไป พยาธิไชออกมาจากลำไส้ ขึ้นไปตับ ปอด เกิดโพรงฝีในปอด”

เตือนส้มตำปู – แพทย์ร.พ.ขอนแก่น เตือนคนชอบกินอาหารสุกๆ ดิบๆ โดยเฉพาะส้มตำปูนาหรือปูดอง ระวังเสี่ยงกินไข่พยาธิเข้าไป เพราะคิดว่าดองเค็มแล้วพยาธิจะตายแต่มันไม่ตาย หลังพบคนไข้กินเข้าไป แล้วพยาธิไชออกมาจากลำไส้ ขึ้นไปตับปอด เกิดโพรงฝีในปอด
ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง นพ.สุรพันธ์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หากมีการนำปูน้ำจืดมาทำอาหารโดยไม่ปรุงสุก ก็จะทำให้พยาธิที่อยู่ในปูน้ำจืดสามารถเข้าสู่ร่างกายได้โดยระบบลำไส้ทางการกิน แต่เนื่องจากร่างกายมนุษย์ไม่ใช่วงจรชีวิตปกติของพยาธิ ตัวพยาธิจึงพยายามหาทางออกจากร่างกาย เช่นผู้ป่วยรายนี้พยาธิไชขึ้นมาออกจากลำไส้ทะลุเข้ามาที่ตับและทะลุกะบังลมเข้ามาที่ปอดจึงทำให้เกิดมีโพรงฝีที่ปอดและมีน้ำในช่องปอด เนื่องจากกะบังลมทะลุจนเกิดภาวะไอเป็นเลือด
กลุ่มคนที่มีโอกาสเสี่ยงในการรับเชื้อพยาธิคือกลุ่มคนที่ทานปูดิบหรือปูดองที่มากับส้มตำ อย่างไรก็ตามขอฝากเตือนผู้ที่ชอบบริโภคของดิบทั้งหมด ไม่ได้เน้นเฉพาะที่ปูนา แต่เน้นที่เนื้อสัตว์ทั้งหมดควรปรุงสุกเพราะอาหารดิบทั้งหลายจะมีตัวเชื้อก่อโรค ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียหรือพยาธิ ซึ่งพยาธิเองก็มีหลากหลายชนิดการแสดงของโรคก็ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือการปรุงให้สุกก่อนที่จะนำมารับประทานจะเป็นการดีที่สุด ส่วนการแสดงอาการของโรคนั้นตัวพยาธิแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน การแสดงของโรคก็จะต่างกันอยู่ที่ว่าพยาธิไปทำอันตรายต่อร่างกายที่จุดใดอวัยวะส่วนใดของร่างกาย ส่วนการทานยาฆ่าพยาธินั้น การรักษาการใช้ยาฆ่าพยาธิแต่ละชนิดก็ไม่เหมือนกัน