กทม.2ดินแดง – เมื่อวันที่ 27 ก.ย. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมวิสามัญ สมัยที่ 2 โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คณะผู้บริหารกทม. ส.ก. และ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาระบบขนส่งมวลชนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเตรียมจะรายงานผลการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาโครงสร้างหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวในการประชุมวันนี้ ปรากฏว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวบรรจุอยู่ในวาระการประชุม ทำให้นายนภาพลสอบถามสาเหตุ โดยนายวิรัตน์ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการประสานงานร่วมสภากทม. ทำให้ไม่ได้รับการบรรจุเข้าวาระการประชุม
นายนภาพลกล่าวว่า วาระการรายงานของตนเป็นการรายงานเพื่อรับทราบ ไม่ใช่เพื่อลงมติ มีจุดประสงค์ให้ฝ่ายบริหาร กทม.นำแนวทางไปพิจารณาแก้ไขปัญหา ไม่ใช่เป็นการรายงานเพื่อกำหนดให้ผู้บริหาร กทม.ต้องทำ โดยเฉพาะส่วนหนี้ค่าจ้างการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) ถึงกำหนดชำระแล้ว ซึ่งบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีทีเอสซี) มีหนังสือเรียกให้กทม.ชำระ 5 ครั้งแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีดอกเบี้ยกว่า 3% หรือวันละ 3 ล้านกว่าบาท ซึ่งหาก ไม่นำเรื่องเข้ารายงานสภา กทม. ฝ่ายบริหารจะเดินหน้าต่อไม่ได้ โดยตามกฎหมาย เมื่อประชุมสรุปผลการศึกษาแล้วต้องรายงานสภากทม. หากไม่นำเข้ารายงานถือว่าผิดกฎหมาย มาตรา 38 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และข้อ 86 ของข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ.2562
นายนภาพลกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้รับเหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใดประธานสภา กทม.จึงไม่นำวาระของตนเข้าที่ประชุมสภากทม. โดยในการประชุมสภากทม. วันที่ 4 ต.ค.นี้
ตนจะยื่นเป็นญัตติเข้าสภากทม.เพื่อให้สภา กทม.พิจารณาในเรื่องนี้ หากไม่ได้รับการพิจารณานำเข้าสภากทม. ตนจะเดินหน้าหาทางฟ้องร้องฐานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภากทม. และมาตรา 157 ต่อไป
ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก. เขตจอมทอง กล่าวว่า ประธานสภากทม.ต้องดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภากทม. พ.ศ.2562 ข้อ 23(4) จะดำเนินการเป็นอย่างอื่นไม่ได้ และยังมีข้อ 38 วรรค 2 กำหนดให้ประธานสภา กทม. บรรจุญัตติที่เสนอมาเข้าระเบียบวาระ การประชุมสภากทม. ภายในกำหนดเวลาอันสมควรในสมัยประชุมนั้น
ต่อมา นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ได้นำคณะผู้บริหารกทม. เข้าพบ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยนายชัชชาติกล่าวภายหลังการเข้าพบถึงเรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า มหาดไทยอยู่ระหว่างรอคำตอบจากกทม. ในรายละเอียดการสรุปภาระหนี้และรูปแบบดำเนินการ โดยในสัปดาห์หน้าสภากทม.จะสรุปแนวทางการแก้ปัญหา และจะนำเรื่องเข้าสู่กระทรวงมหาดไทยต่อไป เนื่องจากตามมาตรา 44 ต้องให้มหาดไทยเป็นผู้เสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี แต่หากจะให้แยกหนี้ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหนี้ค่าจ้างการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) จากส่วนหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) ซึ่งข้อดีของอีแอนด์เอ็ม คือหากนำมาเป็นของเราได้จะทำให้มีอำนาจต่อรองมากขึ้น อย่างไรก็ตามก็ต้องรอทางสภา.กทม. อีกครั้งหนึ่ง
ส่วนเงินที่จะนำมาจ่ายค่าอีแอนด์เอ็ม ไม่สามารถนำเงินฝ่ายบริหารมาจ่ายได้ ต้องเป็นเงินสะสมจ่ายขาด หรือการทำสัญญาต่างๆ หากมีความผูกพันเรื่องหนี้ สภากทม.ต้องเป็นผู้อนุมัติ ขณะที่รัฐบาลคงเร่งรัดในเรื่องนี้มากขึ้นด้วย