อุณหภูมิโลกเปลี่ยน แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ SDGs จึงชัดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายภาคส่วนต่างมีภารกิจร่วมเดินหน้าต่อความท้าทายครั้งใหญ่นี้ แต่ยังมีบางความคิดที่เข้าใจว่า เด็กและเยาวชนไม่มีส่วนสำคัญ และเป็นเรื่องไกลตัวพวกเขามาก ทั้งที่จริงๆ แล้ว SDGs นั้นถูกออกแบบมาให้เข้ากับทุกคน หลายเป้าหมาย (Goals) และเป้าประสงค์ (Targets) มีความเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนโดยตรง

นั่นจึงเป็นที่มาของการเปิดพื้นที่ฐานกิจกรรมการเรียนรู้พิทักษ์โลกแสนสนุกกับเหล่าตัวจิ๋ว SX Kids Zone ในงาน Sustainability Expo 2023 หรือ SX 2023 ตลอดทั้ง 10 วัน ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 8 ตุลาคม พ.ศ.2566 นับเป็นการสร้างปรากฏการณ์ความยั่งยืนครั้งใหญ่ ที่ไม่เพียงสร้างความสนุกและรอยยิ้มให้เด็กและเยาวชนตามวัยเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมทักษะ ต่อยอดแนวคิด และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความยั่งยืนอีกด้วย

ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และประธานอำนวยการจัดงาน SX 2023 เล่าถึงความสำคัญและที่มาของมหกรรมด้านความยั่งยืนนี้ว่า SX 2023 คือ การเปิดพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจ กระตุ้นให้ทุกคนทุกวัยสามารถสร้างประโยชน์ นำมาซึ่งความยั่งยืน ต่อสังคม ต่อประเทศ ต่อภูมิภาค และต่อโลก

‘SX KIDS ZONE’ สนุกได้ ยั่งยืนได้
การเดินทางเป็นปีที่ 4 ของงาน SX 2023 ยังคงยึดมั่นในแนวคิด พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก ด้วยการอัดแน่นองค์ความรู้ นวัตกรรม ผ่านนิทรรศการ 8 โซน ที่ผนึกกำลังจาก 100 องค์กรพันธมิตรชั้นนำ และอีก 500 เครือข่ายระดับโลก ร่วมถ่ายทอดบทเรียน ประสบการณ์ พลังความยั่งยืนไว้ครบจบในที่เดียว

SX Kids Zone นับเป็นอีกพื้นที่สร้างสรรค์แนวคิด ผ่านการหยิบประเด็นเป้าหมาย SDGs ขององค์การสหประชาชาติ มาถ่ายทอดแบบเข้าใจง่าย ให้เด็กและเยาวชน รวมถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัว ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างคน ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างสนุกสนาน ประกอบด้วย 5 ฐานกิจกรรม เพื่อปลูกฝังการเรียนรู้ธรรมชาติ สร้างเสริมจินตนาการและจิตสำนึกที่ดี ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เล่นกิจกรรมเสริมทักษะ และการสร้างแรงบันดาลใจในการกู้โลก

เริ่มจากเวทีกิจกรรม SX Kids – Mini Stage ที่ให้น้องๆ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมภายในโซน ได้รับองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน ที่เชื่อมโยงต่อวิถีชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการกิน การเล่น การทำกิจกรรม ไปจนถึงการเรียนรู้ โดยมีวิทยากรจากพันธมิตรด้านความยั่งยืนสลับหมุนเวียนขึ้นมาทำกิจกรรมและถ่ายทอดความรู้ อาทิ กิจกรรมให้ความรู้เรื่อง SDGs ที่ให้ความรู้เรื่องแมลงและแมงตัวจิ๋ว รวมถึงการพับกล่องนมดื่มแล้วจาก ไมโล (Milo) เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ จาก Nestle เป็นต้น

แมลงจิ๋วกับสวนสนุกนอกห้องเรียน
ความน่าสนใจยังไม่หมดเพียงเท่านี้ SX Kids Zone ยังผนึกพลังกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) Nestle-ไมโล เนรมิตพื้นที่ของ Bugs Wonder รวมตัวเหล่าแมลงและแมงตัวจิ๋วมาให้เด็กน้อยได้ร่วมเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เปิดประสบการณ์การเรียนรู้และไขความลับแมลงจิ๋ว ซึ่งน้องๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแมลง แมง สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่คอยช่วยโลก ซึ่งมีแมลงและแมงจริงๆ ให้ร่วมส่องและเปิดโลกทัศน์ นอกจากนี้ ยังมีแมลงและแมงสตัฟฟ์ ซึ่งมีมากถึง 10 ชนิด อาทิ นักผสมเกสรตัวจิ๋วอย่าง ผึ้งจิ๋ว ที่มีขนาดเล็ก ไม่มีเหล็กในป้องกันตัวด้วยการกัด แมลงปอ นักล่าแห่งเวหาและสายน้ำ ช่วยควบคุมระบบนิเวศน้ำจืดและเป็นตัวชี้วัดคุณภาพแหล่งน้ำ นอกจากนั้นยังมีแมลงและแมงอื่นๆ อีกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ด้วงเต่าลาย นักฆ่าแมลงศัตรูพืช ทำหน้าที่ควบคุมแมลงศัตรูพืช จิ้งหรีด นักดนตรียามราตรี ช่วยให้ดินสมบูรณ์ ซึ่ง จิ้งหรีด ใช้เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นอาหารของสัตว์อื่นอีกด้วย

ด้วงมูลสัตว์ เทศบาลประจำป่า ช่วยย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ รวมถึงมูลสัตว์อื่นๆ และช่วยให้เกิดการหมุนเวียน ของแร่ธาตุต่างๆ ภายในดิน ผีเสื้อ ราชินีแห่งแมลง ทำหน้าที่ช่วยผสมเกสร ทำให้พืชขยายพันธุ์ต่อไป เป็นทั้งเหยื่อและผู้ล่าในห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศ มด วิศวกรของระบบนิเวศ ช่วยให้ดินมีรูพรุน ทำให้น้ำและออกซิเจนลงไปถึงรากพืช ช่วยเคลื่อนย้ายกระจายเมล็ดพันธุ์ ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุเน่าเปื่อย และเป็นผู้ล่าที่ช่วยควบคุมประชากรแมลงในระบบนิเวศ

แมลงช้างปีกใส มิตรรักเกษตรกร ช่วยควบคุมแมลง ศัตรูพืช ปลวก แมลงผู้ช่วยย่อยสลาย ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ ช่วยให้ผู้ย่อยสลายทำหน้าที่ได้เร็วขึ้น จิงโจ้น้ำ แม่บ้านแห่งพื้นที่น้ำนิ่ง เก็บกวาดซากแมลง หรือแมงมุมที่ตกลงไปบนผิวน้ำ และควบคุมประชากรของแมลงอื่นๆ รวมทั้งแพลงก์ตอนขนาดเล็ก และ ด้วงดิน แมลงผู้พิทักษ์ในนาข้าว มีหน้าที่ควบคุมไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ ตัวเต็มวัย แมลงศัตรูพืช เพลี้ย และหนอนทั่วไปในนาข้าว

ที่สำคัญยังมีการเนรมิตจอมัลติมีเดียยักษ์ หรือ Interactive Wall ที่สามารถสัมผัสจอเพื่อเรียนรู้แมลงแต่ละชนิดได้อย่างสนุกสนาน

หลังตะลึงกับความงดงาม ได้รู้จักแมลงและแมงตัวจิ๋วใน Bugs Wonder กันไปแล้ว SX Kids Zone ยังจัดนำทัพแมลงจิ๋วจำพวก ต่อหัวเสือบ้าน ตั๊กแตนกิ่งไม้ ผึ้งมิ้ม ผึ้งหลวง มาซ่อนไว้ตามต้นไม้จำลองให้น้องๆ หนูๆ ใช้แว่นขยายส่องเพื่อไขความลับและศึกษาธรรมชาติของแมลงเหล่านั้น ซึ่งโซนนี้เรียกว่า ธรรมชาติรอบตัว (Magic of Nature) ที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับต้นไม้ รากไม้ และสัตว์ในระบบนิเวศ

กิจกรรมศึกษา ธรรมชาติรอบตัว เริ่มจากให้น้องๆ เข้าไปในโลกของผึ้ง รู้จักถึงระบบนิเวศและวงโคจรของผึ้ง ตั้งแต่การเลี้ยง การผสมเกสร รวมถึงประโยชน์ของต้นไม้หนึ่งต้นว่า ให้คุณกับระบบนิเวศต่างๆ อย่างไรบ้าง นอกจากนั้นยังมีการนำผลแอปเปิ้ลที่ผึ้งสำแดงใช้ผสมเกสรอีกด้วย ซึ่งเด็กๆ ต่างให้ความสนใจและได้เข้าใจวงจรของธรรมชาติเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการไม่ทำลาย การไม่ไปรบกวน เป็นต้น

รู้จักโลกของแมลงตัวจิ๋วกันไปแล้ว SX Kids Zone ยังชวนน้องๆ หนูๆ ไปรู้จักและเพลิดเพลินกับเส้นทาง การเดินทางของอาหาร (Fight Food Waste) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการถูกวางในจาน จวบจนสู่การทิ้งหลังกินหมด โดยฐานนี้ทำให้เด็กและเยาวชนได้รู้จักการกินอย่างพอเพียง รู้ว่าอาหารที่เรากินไม่หมดท้ายที่สุดแล้วไม่สามารถกำจัดได้ในทันที ทั้งยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม กระทบต่อการขาดแคลนอาหาร ซึ่งเด็กๆ ต่างให้ความสนใจและร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

เรียนรู้เรื่องกินแล้ว ชวนไปทำความเข้าใจก่อนทิ้งกับฐาน ผู้พิทักษ์ขยะ (Recycle Station) โดยพาน้องๆ ไปฝึกการแยกขยะอย่างถูกต้องและถูกวิธี รู้จักประเภทของขยะแต่ละชิ้น รวมถึงเข้าใจถึงผลกระทบจากขยะที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งฐานนี้มีกิจกรรม จากไมโล ที่จำลองเกมบันไดงูเป็นบันไดรักษ์โลก เส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero ทำให้เด็กที่เข้าร่วมได้เข้าใจถึงผลที่จะตามมา หากปล่อยปละละเลยต่อสิ่งเหล่านี้ เท่านั้นยังไม่พอฐานยังส่งเสริมให้รู้จักการคัดแยก ระหว่างขยะอาหารที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้น กับขยะอินทรีย์ที่ช่วยให้โลกน่าอยู่

เติมสกิล อัพความคิดการใช้ชีวิต
นอกจากเรียนรู้โลกของแมลงตัวน้อยตัวจิ๋วกันแล้ว โซน SX Kids Zone ยังมาพร้อมความสนุกกับกิจกรรมเสริมทักษะและสร้างแรงบันดาลใจในการกู้โลก ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหมากรุก เสริมทักษะวิธีคิดหมากรุก Chess Kid Club เสริมทักษะและวิธีคิดให้กับน้องๆ พร้อมกิจกรรมแข่งขันหมากรุกไทยและสากล SX Rapid Chess & Makruk Championship 2023 นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมที่ส่งเสริมการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ อพวช. ยกทั้งการทดลองพื้นฐาน การทำหุ่นยนต์อย่างง่ายไปจนถึงการเขียนโค้ดที่เด็กเล็กก็ทำได้ มาไว้ในโซนนี้ด้วย

สำหรับโซนวิทยาศาสตร์ เริ่มด้วยการให้เด็กๆ ได้ลองเล่นของเล่นทางวิทยาศาสตร์ที่จัดเตรียมไว้ด้วยตนเอง เพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้ รู้จักการละเล่นเชิงวิทยาศาสตร์ เข้าใจวิทยาศาสตร์ รู้จักสังเกต เช่น การบีบขวดน้ำ 2 ขวด เพื่อเปรียบเทียบมวลอากาศ มวลน้ำ แรงดัน ความแตกต่างว่าขวดไหนบีบง่ายและยากกว่ากัน ซึ่งตลอดการทำกิจกรรม มีเจ้าหน้าที่คอยสอนและให้องค์ความรู้สอดแทรกให้เด็กๆ เช่น พื้นฐานของการสร้างหุ่นยนต์ My First Robot ตัดต่อวงจร การทำงานของแบตเตอรี่ ฯลฯ

นอกจากนั้นยังมีการสอนการเขียนโค้ดดิ้งผ่านการเล่นเกมบันไดงู ด้วยการนำหุ่นยนต์ชนิดกดมาทดแทนการทอยลูกเต๋า ซึ่งการเขียนโค้ดไม่จำเป็นต้องใช้การเขียนบนหน้าจอเท่านั้น โดยเด็กที่เข้ามาเรียนรู้สามารถเป็นคนที่คิดนับเลขได้เก่ง มีกระบวนการคิดเป็นลำดับขั้นตอน

ส่วนกิจกรรมหมากรุก สอนวิธีการเรียนรู้ แก้ไขปัญหา กระบวนการคิด มีการแข่งขัน โดยแบ่งเป็นเกมเร็ว คือ ให้เวลาน้อย กับเกมการแข่งขันที่ใช้เวลามาตรฐาน 90 นาที โดยเริ่มต้นการแข่งขันตั้งแต่อายุ 8-12 ปี เด็กๆ ที่เข้าร่วม ได้วิธีการคิด เพราะเวลาเล่นหมากรุกจะใช้วิธีการอ่านความคิด คนได้ ทำให้สามารถคิดแก้ไขปัญหา คิดวางหมากอย่างไรให้ ฝ่ายตรงข้ามแก้เกม กล่าวคือ ทำพร้อมกัน ทั้งการแก้ไขปัญหาและสร้างปัญหาให้อีกฝ่ายหนึ่งกลับไปแก้ด้วย

และในบริเวณเดียวกันนี้ ยังมีการถ่ายทอดแนวคิดด้านความยั่งยืนของโรงเรียนนานาชาติ ASTRA Academy International School ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เน้นเรื่อง Eco-School ที่ไม่ใช่แค่พูดถึงเรื่องการเรียนการสอน แต่ดำเนินองค์กรสู่ zero waste ปลูก passion ด้านความยั่งยืนให้เด็กๆ อีกด้วย

นับเป็นการปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ ‘SX KIDS ZONE’ ในงาน Sustainability Expo 2023 หรือ SX 2023 มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ให้ความสำคัญกับทุกเป้าหมาย ทุกกลุ่มวัย เด็กและเยาวชนไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นคนใกล้ตัวที่พร้อมร่วมพัฒนาอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน